บทความน่ารู้
การปลูกและการดูแลกล้วย



การปลูกและการดูแลกล้วย


          การปลูกและการดูแลกล้วย โดย รองศาสตราจารย์เบญจมาศ ศิลาย้อย

          กล้วยเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น ซึ่งเหมาะกับการปลูกในประเทศไทย  ถ้าหากอุณหภูมิต่ำกว่า ๑๔ องศาเซลเซียส  กล้วยจะชะงักการเจริญเติบโต  หรือมีการเติบโตช้าลง  รวมทั้งการออกดอกและติดผลจะช้าด้วย อนึ่งกล้วยเป็นพืชที่มีแผ่นใบใหญ่  ดังนั้นจึงไม่ค่อยทนต่อแรงลม  เพราะใบจะต้านลม ทำให้ใบแตกได้  ถ้าหากใบแตกมากจนเป็นฝอย จะทำให้มีการสังเคราะห์อาหารได้น้อย ต้นไม่เจริญเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าพื้นที่ที่มีลมแรงมาก  ควรปลูกต้นไม้อื่นทำเป็นแนวกันลมให้ต้นกล้วย

          ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกกล้วย คือ  ดินตะกอนธารน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดินน้ำไหลทรายมูล” ซึ่งเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำ และการหมุนเวียนอากาศดี  ถ้าดินเป็นดินเหนียว ควรใส่ปุ๋ยคอก จะทำให้ดินร่วนโปร่งขึ้น
 
          ระยะปลูก
          กล้วยเป็นพืชที่มีใบยาว หากปลูกในระยะใกล้กันมาก  อาจทำให้ใบเกยกัน  หรือซ้อนกัน  ทำให้ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ  และดูแลลำบาก  การกำหนดระยะปลูกจึงควรคำนึงถึงเรื่องแสงแดด  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการของผู้ปลูกว่าต้องการปลูกกล้วยเพื่อเก็บเกี่ยวกี่ครั้ง  หากต้องการเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียวก็อาจปลูกถี่ได้  แต่ถ้าต้องการเก็บเกี่ยวหลายๆ  ครั้ง  ต้องปลูกให้ห่างกันเพื่อมีพื้นที่สำหรับการแตกหน่อ การปลูกกล้วยระยะต่างๆ กัน จะได้จำนวนต้นมากน้อย  ดังแสดงในตารางที่ ๑

ตารางที่ ๑ แสดงจำนวนต้นที่ปลูกได้ในพื้นที่ ๑ ไร่ เมื่อปลูกกล้วยระยะต่างๆ กัน
 ระหว่างแถว x ระหว่างต้น (เมตร) จำนวนต้น
                ๑ x ๓    ๕๓๐
             ๑.๕ x ๓    ๓๓๐
                ๒ x ๓    ๒๖๐
                ๒ x ๔    ๒๐๐
                ๓ x ๓    ๑๗๕
                ๔ x ๔    ๑๐๐

          การปลูก
          ขุดหลุมให้มีขนาดความกว้าง ๕๐ เซนติเมตร ลึก ๕๐ เซนติเมตร  นำดินที่ขุดได้กองตากไว้ ๕ - ๗ วัน หลังจากนั้นเอาดินชั้นบนที่ตากไว้ลงไปก้นหลุม ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้ว ให้สูงขึ้นมาประมาณ  ๒๐ เซนติเมตร  คลุกเคล้าปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักกับดินชั้นบนที่ใส่ลงไป แล้วจึงเอาหน่อกล้วยที่เตรียมไว้ วางที่ตรงกลางหลุม  เอาดินล่างกลบ  รดน้ำ  และกดดินให้แน่น  ยอดของหน่อควรสูงกว่าระดับดินประมาณ  ๑๐ เซนติเมตร  ควรหันรอยแผลของหน่อให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพราะเมื่อโตเต็มที่และติดผล ผลจะเกิดในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับรอยแผล และอยู่ในทิศทางเดียวกัน  เพื่อสะดวกในการทำงาน  แต่หากเป็นต้นที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จะไม่มีทิศทางของรอยแผล ในการวางต้นจึงจำเป็นต้องมีทิศทาง
          ถ้าหากพื้นที่นั้นเป็นดินเหนียว  ควรทำการยกร่อง จะได้ระบายน้ำ และปลูกบนสันร่องทั้ง ๒ ข้าง และเพื่อให้การปฏิบัติงาน ทำได้ง่าย  ควรวางหน่อให้กล้วยออกเครือไปทางกลางร่อง
 
          การกำจัดหน่อ
          เมื่อต้นกล้วยมีอายุได้  ๔ - ๖  เดือน จะเริ่มมีการแตกหน่อ  หน่อที่เกิดมาเรียกว่า หน่อตาม (follower) กล้วยบางพันธุ์ที่มีหน่อมาก  ควรเอาหน่อออกบ้าง เพื่อมิให้หน่อแย่งอาหารจากต้นแม่  ควรเก็บหน่อไว้  ๑ - ๒  หน่อ  เพื่อให้เป็นตัวพยุงต้นแม่เมื่อมีลมแรง  และเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีต่อไป  วิธีการกำจัดหน่ออาจใช้เสียมที่คมหรือมีดแซะลงไป  หรือใช้มีดตัด  หรือคว้านหน่อที่อยู่เหนือดิน  แล้วใช้น้ำมันก๊าด หรือสารกำจัดวัชพืชหยอดที่บริเวณจุดเจริญ  เพื่อไม่ให้มีการเจริญเป็นต้น  แต่ไม่ควรแซะหน่อในระหว่างการออกดอก  เพราะต้นอาจกระทบกระเทือนได้

          นอกจากการกำจัดหน่อแล้ว  ควรตัดใบที่แห้งออก เพราะถ้าทิ้งไว้อาจเป็นแหล่งสะสมโรคใน ๑ ต้น ควรเก็บใบไว้ประมาณ  ๗ - ๑๒ ใบ
 
          การให้ปุ๋ย
          กล้วยเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารมาก  การติดผลจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอาหารและน้ำที่ได้รับ  ดังนั้นควรบำรุงโดยใส่ปุ๋ย  ทั้งปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก  และปุ๋ยเคมี  ตั้งแต่เริ่มปลูก ในระยะแรกควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนมากในช่วง ๒ เดือนแรก โดยให้ปุ๋ยยูเรียเดือนละครั้ง และเดือนที่ ๓  และ ๔ ให้ปุ๋ยสูตร ๑๕ - ๑๕ - ๑๕   ต้นละ ๑-๒ กิโลกรัม  ส่วนในเดือนที่ ๕  และ  ๖ ให้  ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๓ - ๑๓ - ๒๑ ต้นละ  ๑-๒ กิโลกรัม
 
          การค้ำยัน
          กล้วยบางพันธุ์มีผลดกมาก  โดยมีจำนวนหวีมากและผลใหญ่  ต้นที่มีขนาดเล็กหากไม่ค้ำไว้  ต้นอาจล้ม  ทำให้เครือหักได้ เช่น กล้วยหอมทอง  กล้วยไข่ จำเป็นต้องค้ำบริเวณโคนเครือกล้วยไว้  โดยใช้ไม้ไผ่หรือไม้อื่นที่มีง่าม
 
          การให้ผล
          กล้วยจะออกดอกเมื่ออายุต่างกันตามชนิดของกล้วย  เช่น กล้วยไข่ เริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ ๕ - ๖  เดือน และกล้วยหอมทองจะเริ่มออกดอกเมื่ออายุ ได้ประมาณ  ๖ - ๗  เดือน  ส่วนกล้วยน้ำว้า และกล้วยหักมุกใช้เวลานานกว่า  และผลจะแก่ในระยะเวลาที่ต่างกัน ดังแสดงในตารางที่ ๒

ตารางที่ ๒ ระยะเวลาในการเจริญจนถึงเก็บเกี่ยวของผลกล้วยพันธุ์ต่างๆ
    พันธุ์   จำนวนสัปดาห์หลังแทงปลี
กล้วยไข่        ๖ - ๘
กล้วยหอม      ๑๓ - ๑๕
กล้วยน้ำว้า      ๑๔ - ๑๖
กล้วยหักมุก      ๑๔ - ๑๖

          การคลุมถุง
          ถ้าหากปลูกกล้วยเพื่อการส่งออก ควรทำการคลุมถุง ถุงที่ใช้ควรเป็นถุงพลาสติกสีฟ้าขนาดใหญ่  และยาวกว่าเครือกล้วย   เจาะรูเป็นระยะๆ  และเปิดปากถุง  ทำให้มีอากาศถ่ายเทได้  ถ้าหากไม่เจาะรูและปิดปากถุง อาจทำให้กล้วยเน่าได้
 
ขอบคุณที่มา : สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น 2 แถม 1

คลิกดูรายละเอียด