บทความน่ารู้
การพัฒนาสายพันธุ์ปลากัด



การพัฒนาสายพันธุ์ปลากัด


การพัฒนาสายพันธุ์ปลากัด โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ยนต์ มุสิก

           พันธุศาสตร์ของสีและลักษณะของปลากัด 
            พันธุศาสตร์ที่เกี่ยวกับสีของปลากัดนั้นค่อนข้างจะซับซ้อน เนื่องจากมียีนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย สีของปลากัดประกอบด้วยชั้นสีหลัก  ๔  ชั้นสี  คือ สีเหลือง  สีดำ สีแดง และสีวาว ในชั้นสีหลักแต่ละสีมียีนจำนวนหนึ่งที่ควบคุมปริมาณเม็ดสี ว่าจะะมีมากหรือน้อยเพียงใด และจะกระจายอยู่ในบริเวณส่วนใด สีของปลากัดที่ปรากฏให้เห็นเป็นผลรวมของสีที่แสดงออกในชั้นสีทั้ง ๔  ชั้นนี้ จากข้อมูลในปัจจุบันพบว่ามียีน ๓ ชนิดที่มีอิทธิพลต่อสีดำ ซึ่งทำให้เกิดสีดำได้ ๘ รูปแบบ  ส่วนสีแดงก็มียีน ๓ ชนิดที่มีอิทธิพลต่อสีแดง  ซึ่งสามารถให้สีแดงได้ถึง ๑๒ รูปแบบ และในสีวาวก็พบยีน ๓  ชนิด ซึ่งทำให้มีสีวาวได้ ๑๒ รูปแบบ หากผสมลักษณะเหล่านี้เข้าด้วยกันจะสามารถสร้างลักษณะสีของปลากัดได้ถึง ๑,๑๑๕  รูปแบบ นอกจากนี้ถ้านำยีนที่ควบคุมลักษณะสีขุ่น ลายหินอ่อน และลักษณะครีบรวมเข้าไปด้วย จะทำให้สามารถได้ปลากัดที่มีลักษณะแตกต่างกันถึง  ๒๖,๐๐๐ รูปแบบ ทั้งนี้พิจารณาจากยีนที่มีการค้นพบแล้วเท่านั้น ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว ยังมียีนอีกจำนวนมากที่อาจมีการค้นพบเพิ่มเติมในระยะเวลาต่อไปได้อีก

          ๑) ชั้นสีเหลือง จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการค้นพบยีนที่ควบคุมสีเหลืองของปลากัด  ซึ่งหมายความว่า ปลากัดสีเหลืองเป็นปลากัดที่มียีนที่ทำให้ไม่มีสีดำ สีแดง และสีน้ำเงินในชั้นสีวาว  อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีปลากัดสีขาวจำนวนมากที่ผสมออกมาโดยไม่มีสีเหลืองเลย ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ที่จะมียีนควบคุมสีเหลือง ซึ่งจะเป็นโดยตรง หรือโดยอ้อมก็ตาม หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเกี่ยวข้องกับยีนที่ควบคุมความขุ่นของสีก็ได้

          ๒)  ชั้นสีดำ มียีน ๓ ชนิดที่มีผลต่อชั้นสีดำ ประกอบด้วย
             -  ยีนสีเขมร หรือ สีเผือก เป็นยีนด้อยทั้งคู่  เมื่อปลามียีนประเภทนี้ก็จะทำให้ไม่ปรากฏเม็ดสีของสีดำ ทำให้สีของปลาออกมาในลักษณะคล้ายปลาเผือก แต่ไม่ใช่ปลาเผือกจริงๆ ตามความหมายที่เข้าใจกัน โดยปกติปลากัดเขมรจะมีลำตัวสีเนื้อและครีบสีแดง แต่ในปัจจุบันมีปลากัดเขมรที่มีครีบสีอื่นๆ เช่น สีน้ำเงิน สีเขียว และสีขาว
             -  ยีนสีบลอนด์ หรือ สีสว่าง เป็นยีนด้อยทั้งคู่ เป็นยีนที่ไปจำกัดเม็ดสีดำ อิทธิพลของยีนคู่นี้จะเห็นได้ชัดเจนที่สุดในปลากัดสีแดง โดยทำให้เกิดสีแดงสด และถ้ามียีนเด่นจะทำให้มีชั้นสีดำอยู่ข้างใน ทำให้เห็นสีเข้มเป็นสีเลือดนก ยีนคู่นี้อาจมีผลร่วมกับยีนสีวาว ทำให้สีอ่อนมากลงไปอีก      
             -  ยีนสีดำ เป็นยีนที่ควบคุมเม็ดสีสีดำ เป็นยีนด้อยทั้งคู่ ทำให้มีเม็ดสีสีดำมากการผสมพันธุ์ปลาที่มียีนประเภทนี้จะต้องระมัดระวังมาก เพราะยีนคู่นี้มีผลทำให้ไข่ของปลาไม่สามารถพัฒนาได้

          ๓) ชั้นสีแดง ยีนที่ควบคุมการกระจายและความเข้มของสีแดงเป็นยีนเด่นทั้งคู่ ทำให้เกิดสีแดงหลายเฉดสี ปลากัดที่มียีนด้อยคู่ จะมีบริเวณการกระจายของสีแดงน้อยกว่าปลากัดที่มียีนเด่นคู่  ยังไม่มีการตรวจพบยีนที่ทำให้บริเวณที่มีสีแดงลดลงจากระดับปกติในปลากัด  อย่างไรก็ตามเนื่องจากสีแดงในปลากัดมีการกระจายแตกต่างกันมาก บางตัวจะเหลือสีแดงเพียงบริเวณเล็กน้อย ซึ่งยากที่จะอธิบายได้หากไม่มียีนที่ควบคุมการลดบริเวณของสีแดง และยีนที่เพิ่มบริเวณของสีแดง ยีนที่ควบคุมการกระจายของสีบนครีบจะทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า ผีเสื้อ อย่างไรก็ตามบางคนคิดว่าในส่วนนี้อาจเป็นผลจากยีนหลายยีนที่แสดงออกร่วมกัน เนื่องจากการกระจายของสีแดงที่ครีบสามารถเป็นไปได้หลายรูปแบบ และในความเข้มของสีที่แตกต่างกัน 
     
          ) ชั้นสีวาว  ยีนสีน้ำเงินแกมเขียวสามารถทำให้เกิดสีได้ ๓ สี กล่าวคือ หากเป็นยีนเด่นทั้งคู่จะทำให้เกิดสีเขียววาว  ขณะที่ยีนเด่นหนึ่งและยีนด้อยหนึ่ง จะทำให้เกิดสีน้ำเงินวาว หากเป็นยีนด้อยทั้งคู่จะทำให้เกิดสีน้ำเงินวาวแบบสตีลบลู (steel blue) ในขณะเดียวกันถ้ามีชั้นของสีดำอยู่ข้างใต้จะทำให้สีออกมาเข้มกว่า และทึบกว่าที่ไม่มีชั้นของสีดำอยู่ สีวาวเกิดจากผลึกในเซลล์สะท้อนแสง ทำให้เกิดสีน้ำเงินวาว  หรือสีเขียววาว ยีนที่ควบคุมการกระจายของสีวาวหากเป็นยีนเด่นทั้งคู่ จะเพิ่มความวาวของสีปลากัด แต่ถ้าเป็นยีนด้อยทั้งคู่ ความวาวของสีจะลดลงไปมาก และจากข้อมูลที่พบอาจเป็นไปได้ว่ายีนที่ควบคุมการกระจายของสีวาวที่เป็นยีนเด่นหนึ่งและยีนด้อยหนึ่งจะให้ความวาวในช่วงปานกลาง หรืออาจเป็นไปได้ว่ามียีนมากกว่า ๑ คู่  ที่เกี่ยวข้องกับความวาวของสีปัจจุบันยังไม่มีการค้นพบว่า  มียีนตัวใดบ้างที่ทำให้สีน้ำเงินไม่ปรากฏอยู่เลยในปลากัดบางตัว แต่จากการผสมพันธุ์ พบว่ามีหลายครั้งที่ได้ปลากัดที่ไม่แสดงลักษณะของสีน้ำเงินออกมาเลย จึงยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่มาก อย่างไรก็ตามในกรณีที่ปลากัดมียีนด้อยคู่ของสีบลอนด์ร่วมกับยีนด้อยคู่ที่ควบคุมการกระจายของสีวาว ชั้นของสีน้ำเงินจะมีค่อนข้างจำกัด ทำให้เกิดสีประกายเงินเล็กน้อย จนไม่อาจสังเกตได้ว่าเป็นสีน้ำเงิน    ยีนด้อยคู่เขมรหรือยีนเผือก และยีนด้อยคู่สีบลอนด์  ซึ่งให้สีเหลืองและสีขาว ก็มีผลในการจำกัดสีน้ำเงินด้วย อย่างไรก็ตาม  บางคนยังคิดว่าอาจจะมียีนที่ยังไม่ถูกค้นพบที่ควบคุมไม่ให้มีสีน้ำเงินอยู่

          ๕)  ยีนที่ควบคุมลักษณะอย่างอื่นๆ
            -  ยีนสีขุ่น เป็นยีนด้อยคู่ทำให้เกิดสีน้ำนม ซึ่งบางคนเรียกสีขาว ปลาที่มียีนชนิดนี้อาจมีปัญหาเกี่ยวกับตา เนื่องจากเมื่อปลาอายุมากขึ้น บริเวณที่ขุ่นนี้อาจแพร่เข้าไปถึงส่วนของตา ทำให้ตาบอด
            -  ลายหินอ่อน ยังไม่มีการค้นพบยีนที่ควบคุมรูปแบบสีลายนี้ แต่จากการที่สามารถผสมพันธ์ปลากัดให้ได้สีลายนี้ในรูปแบบต่างๆ ซ้ำๆ กันได้ จึงอาจเป็นไปได้ที่จะมียีนควบคุมลักษณะสีลายนี้อยู่
            -  หางคู่ ลักษณะหางคู่จะถูกควบคุมโดยยีนซึ่งเป็นยีนด้อยคู่ ทำให้ปลากัดมี ๒ หาง และมีครีบหลังยาว รวมทั้งอาจมียีนอื่นที่มีผลต่อลักษณะของครีบหางด้วย เนื่องจากลักษณะการแยกกันของครีบหางจะไม่เท่ากัน ทั้งในส่วนของครีบที่แยกออก และความลึกของส่วนที่แยกออกจากกัน
            -  การแผ่ของหาง ในระยะไม่กี่ปีมานี้มีปลากัดที่ผสมพันธุ์ออกมามีลักษณะหางแผ่กว้างมากขึ้น และครีบทั้งหลายต่อเนื่องกันอย่างสมบูรณ์ แต่ยังไม่มีการพบยีนที่ควบคุมลักษณะนี้ ซึ่งน่าจะเป็นยีนด้อยคู่

          การผสมพันธุ์ปลากัดหางคู่ 
          ลักษณะหางคู่เป็นลักษณะด้อย ส่วนลักษณะหางเดียวเป็นลักษณะเด่น ทำให้ปลากัดที่มียีนทั้งสองลักษณะอยู่ด้วยกันมีลักษณะเป็นหางเดียว ซึ่งหากผสมระหว่างปลาหางคู่ด้วยกัน จะได้ลูกปลาเป็นปลาหางคู่ทั้งหมด แต่ถ้าผสมระหว่างปลาหางคู่และปลาหางเดียวที่มียีนหางคู่แฝงอยู่  ลูกปลาจะเป็นปลาหางคู่ครึ่งหนึ่ง และเป็นปลาหางเดียวที่มียีนหางคู่แฝงอีกครึ่งหนึ่ง
          ถ้าลูกปลาที่ได้เป็นปลาหางคู่ ๑ ใน ๔ และเป็นปลาหางเดียว  ๓ ใน  ๔  แสดงว่าเป็นการผสมระหว่างพ่อแม่พันธุ์ที่เป็นปลาหางเดียวที่มียีนหางคู่แฝงอยู่ทั้งคู่ซึ่ง ๒ ใน ๓  ของลูกปลาหางเดียวจะเป็นปลาหางเดียวที่มียีนหางคู่แฝงอยู่ และถ้าผสมระหว่างปลาหางเดียวแท้และปลาหางเดียวที่มียีนหางคู่แฝงอยู่ จะไม่ได้ปลาหางคู่เลย ลูกปลาจะเป็นปลาหางเดียวทั้งหมด  โดยเป็นปลาหางเดียวแท้ครึ่งหนึ่ง และเป็นปลาหางเดียวที่ยีนหางคู่แฝงอยู่อีกครึ่งหนึ่ง

          การผสมพันธุ์ปลากัดโทนสีน้ำเงิน - เขียว
          เมื่อผสมปลากัดสีเขียวแท้กับสีสตีลบลู  จะได้สีน้ำเงินทั้งหมด แต่หากผสมปลากัดสีน้ำเงินทั้งคู่ จะได้ปลากัดสีเขียว ๑ ใน ๔  ปลากัดสีน้ำเงินครึ่งหนึ่ง และปลากัดสีเทาอีก ๑ ใน  ๔

          การพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดสีดำ
          สีดำล้วนของปลากัดควบคุมโดยยีนด้อยคู่  ซึ่งส่งผลให้ไข่ปลาไม่สามารถฟักออกเป็นตัว การจะได้ปลากัดสีดำจึงไม่อาจผสมจากพ่อแม่ที่เป็นสีดำแท้ได้ เพราะไข่จะไม่ฟักออกเป็นตัว ดังนั้นลูกปลาสีดำจึงได้มาด้วยการผสม ๒ แนวทาง คือ ผสมแม่ปลาที่มียีนสีดำแฝงอยู่กับตัวผู้สีดำแท้ จะได้ปลาสีดำครึ่งหนึ่ง และปลาที่ไม่ใช่สีดำแต่มียีนสีดำอยู่อีกครึ่งหนึ่ง หรือผสมปลาที่ไม่ใช่ปลาสีดำแต่มียีนสีดำแฝงอยู่ทั้งคู่ จะได้ปลาสีดำ ๑ ใน  ๔  ปลาสีอื่นที่มียีนสีดำแฝงครึ่งหนึ่ง และปลาสีอื่นที่ไม่มียีนสีดำอีก ๑ ใน ๔ การผสมปลาสีอื่นที่ไม่มียีนสีดำแฝงกับปลาที่มียีนสีดำแฝง จะไม่ได้ปลาสีดำเลย แต่จะได้ปลาสีอื่นที่มียีนสีดำแฝงอยู่ ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ผสมได้
 
          การผสมพันธุ์ปลากัดสีแดง
          ปลากัดตามธรรมชาติที่มีลักษณะปกติของสีแดง จะปรากฏสีแดงเฉพาะบริเวณใกล้เหงือก และกระจายอยู่เล็กน้อยบริเวณครีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณโคนครีบหาง ส่วนปลากัดที่มีสีแดงทั้งตัวครอบคลุมถึงทุกส่วนของครีบ จะต้องมียีนด้อยคู่ของยีนที่ควบคุมการกระจายของสีแดง และต้องมียีนเด่นคู่ที่ควบคุมปริมาณสีแดง ยีนด้อยคู่ของยีนที่ควบคุมปริมาณสีแดงจะลดสีแดงลงจนแทบมองไม่เห็น ความเข้มและโทนสีของสีแดงของปลากัดจะถูกควบคุมด้วยยีนที่ควบคุมความสว่างของสี หรือบางครั้งเรียกว่า ยีนสีบลอนด์ ซึ่งจะควบคุมปริมาณสีดำที่ผสมอยู่ในสีแดง ทำให้เกิดโทนสีตั้งแต่สีแดงสดถึงสีน้ำตาลแดง ยีนด้อยของยีนคู่นี้จะทำให้สีแดงที่ได้เป็นสีแดงสด
 
ขอบคุณที่มา : สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...

คลิกดูรายละเอียด