บทความน่ารู้
เล่าเรื่องคดียาเสพติด


เล่าเรื่องคดียาเสพติด



            เอาละครับวันนี้เรามาสาธกกันเรื่อง จำเลยในคดียาเสพติด ที่ต้องนำเรื่องนี้มาเสนอก็เพราะว่ามีจำนวนไม่น้อยที่คนบริสุทธิ์นั้นต้องมา รับบาปแทนคนกระทำความผิด สังคมไทยนั้นก็เป็นอย่างนี้ ล่ะครับ การที่ต้องสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเรื่องยากลำบากจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ศาลท่านก็ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบอยู่นะครับ เพราะการที่จะมาเป็นศาลได้นั้นไม่ใช่แค่เรียนจบก็เป็นกันได้นะครับ ต้องมีความรอบคอบ ความรู้ ความเชี่ยวชาญอย่างมากเหมือนกัน พอ ๆ กับแพทย์นั่นแหละครับ ที่สำคัญขึ้นอยู่กับทนายที่ท่านว่าจ้างนั่นแหละครับ จะมีความรู้ความสามารถพอที่จะพาคุณพ้นจากบ่วงกรรมนี้ได้หรือเปล่าเท่า นั้นเองครับ ในคดียาเสพติดนี้เมื่อก่อนนี้มี ศาลถึง 3 ชั้นด้วยกันนะครับ เพราะคดีนี้เป็นคดีที่ต้องพิสูจน์กันให้ได้ความจริง ก่อนที่จะมีการลงโทษกัน แสดงให้เห็นว่าศาลให้ความสำคัญกับคดีนี้มากแค่ไหน แต่ปัจจุบันลดเหลือแค่ 2 ศาลเองดังนั้นจึงหมายถึงได้ลดกระบวนการพิสูจน์บางอย่างออกไป เช่น ในคดีที่มีโทษไม่ถึงจำคุกตลอดชีวิต หรือโทษประหารชีวิต ถ้าจำเลยรับสารภาพ ก็ไม่ต้องสืบพยานประกอบครับ และถ้าจำเลยกระทำผิดจริง ผมขอแนะนำให้รับสารภาพดีที่สุด แต่ถ้าจะสู้คดีก็เป็นสิทธิ์ของจำเลยเหมือนกัน ทนายเก่ง ๆ ก็อาจหาช่องทางทำลายน้ำหนักพยานโจทก์ได้ ก็เคยมีมาแล้ว..แต่กว่าจะแพ้ชนะ ก็หมดไปหลายบาท..แต่ถ้าชนะมันก็คุ้ม แต่ถ้าแพ้คดีมา ก็รับเต็ม ๆนะครับ

           ส่วนการวิ่งเต้นในคดี ผมไม่ค่อยอยากแนะนำ..เพราะบางที่ก็เสียรู้เสียงานไปโดยใช่เหตุ..ถ้าจะรับกับ ไปเลย..เก็บเงินเก็บทองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในเรือนจำฯ..แต่ถ้าจะสู้..ก็ขอให้ ดูที่ทนายฝ่ายเรา ว่าเขามีความรู้ความสามารถและตั้งใจทำงานมากแค่ใหน..เอาเงินที่จะไปวิ่งเต้น มาใช้จ่ายตรงนี้จะดีกว่า..

           ส่วนวิธีการที่จะทำให้ไม่ต้องติดคุก..ถ้าเรื่องถึงศาลแล้วยากไปหมด..ก็ต้องสู้คดีอย่างเดียว..แต่ก็เสี่ยง แต่ถ้ารับสารภาพ..ก็มีโอกาสติดคุกน้อยลงมากหน่อย เพราะศาลเมตตาก็ลดให้กึ่งหนึ่งเหมือนกัน...นอกจากนั้น..คุณก็ควรให้เพื่อน หรือญาติพี่น้องของเขา เขียนคำแถลงต่อศาลให้ศาลเมตตาลงโทษสถานเบาให้เขาด้วย..

           ส่วนถ้าจะสู้คดี แล้วจะชนะหรือไม่ต้องอยู่ที่พยานหลักฐาน และ ความสมารถของทนายความ แต่ถ้าแพ้คดี ก็จะไมได้รับการลดโทษ หรืออาจได้รับ แต่ได้ลดน้อย แล้วแต่ศาลครับ

          ส่วนเรื่องประกันตัวที่ศาลนั้น เป็นเรื่องยากเกือบทุกคดีโดยเฉพาะถ้าคดีใดมีของกลางมาก ยิ่งยากไปใหญ่ ส่วนสาเหตุอะไรคุณ ดูคำตอบได้ ในคำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว..เช่น หลักประกันไม่พอ จำเลยก็ต้องหามาให้พอ หรือ เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี จำเลยก็ต้องหาหลักประกัน และอาจต้องนำบุคคลทีมีความน่าเชื่อถือมารับรองว่าจะเลยจะไม่หลบหนี..มา ประกอบการยื่นขอประกันตัวในครั้งต่อๆไป เรื่องต่อไปก็เป็นเรื่องยาบ้าแบบคร่าว ๆ นะครับ ยาบ้านั้นมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า แอมเฟตามีนหรือ อนุพันธ์แอมเฟตามีน

          1.ถ้าผู้ใดมีไว้ในครอบครองตั้งแต่ 15 เม็ด(กรณี คิดตามหน่วยการใช้) ขึ้นไป กฎหมายให้ถือว่า "มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย" ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ครับ

          2. การที่จะทำให้เพื่อของคุณรับโทษน้อยทีสุดประการแรกต้องรับสารภาพต่อศาล และ ควรแถลงขอความเมตตาต่อศาลด้วยครับ

             3. ส่วนมากหากรับสารภาพแล้ว ศาลจะเมตตาลดโทษให้กี่งหนึ่ง..แต่อยู่ที่ว่าศาลท่านจะกำหนดโทษเป็นกี่ปี ..เช่น 8 ปี จำเลยรับสารภาพก็จะเหลือ 4 ปี เป็นต้นครับ

           4. กรณีที่จำเลยอยู่ระหว่างคุมตัวไว้ในเรือนจำแล้ว(ตลอดระยะเวลาระหว่างการ พิจารณาคดี) ฝากขังอยู่เท่าไหร่ ก็จะหักออกจากวันต้องโทษตามคำพิพากษา..เช่น ฝากขังไว้ระหว่างการพิจารณาคดี 1 ปี แต่ศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ดังนั้นระยะเวลาทีฝากขังหนึ่งปี ก็นับรวมต่อไปกับระยะเวลาที่ต้องจำคุก คืออีก 1 ปี รวมเป็น 2 ปี ตามคำพิพากษา

           5.คดียาเสพติดส่วนมากเมืออุทธรณ์แล้ว..ศาลอุทธรณ์จะลดโทษหรือไม่ ตอบยากครับ เพราะตอนที่ทนายอุทธรณ์นั้น จะอ้างเหตุอะไรบ้าง หรือศาลจะเมตตาแค่ใหน สุดจะเดาใจท่านได้ครับ

           6. ระหว่างทีฝากขังอยู่ ทนายความสามารถเข้าพบจำเลย(ลูกความ)ในเรือนจำ ณ.ห้องพบทนายความ ที่ทางเรือนจำจัดไว้ให้ได้ตลอดเวลา (ในเวลา ราชการ) ครับ

          ส่วนเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษนั้นสำหรับคดียาเสพติดนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ นะครับ ที่สำคัญคือเป็นนักโทษเด็ดขาดหรือไม่ เพราะ
นัก โทษเด็ดขาดทุกคดีมีสิทธิทูลเกล้าถวายฎีการายบุคคลได้ทุกคดีครับ แต่คดียาเสพติด ไม่ค่อยจะได้รับการพิจาณาเท่าไหร ส่วนมากถ้าไม่ติดค้างอยู่ที่เรือนจำ ก็อยู่กระทรวงยุติธรรม หรือสูงสุดก็อยู่ที่สำนักพระราชวัง โดยองคมนตรี ถวายคำแนะนำ..สำหรับ กรณีใด เป็นรายๆ ไปครับ
ส่วนจำเลยจะให้การเป็นประโยชน์เรื่องอะไร ก็ลดได้เต็มที่แค่ครึ่งหนึ่ง (ความ จริงถ้าวางแผนให้ดีตั้งแต่แรก โดยขอให้ตำรวจหรือพนักงานอัยการกันจำเลยไว้เป็นพยาน กรณีมีการซัดทอดผู้ต้องหารายอื่น (แหล่งผลิตหรือแหล่งที่มา) ก็น่าจะทำได้ แต่ถ้าปล่อยให้ล่วงเลยไปกว่านี้ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วละครับผม

          เรื่องการฝากขังนั้นอยู่ที่ประมาณ 6 - 7 ฝากหรือประมาณ 2 เดือนกว่า นะครับการว่าจ้างทนายนั้น ถ้าจำเลยจะรับสารภาพอยู่แล้ว ใช้แค่ทนายที่ศาลตั้งให้ก็พอครับ อาจให้แค่ใช้จ่ายในการเขียนคำแถลงให้เขาเป็นค่าน้ำใจเล็กน้อยก็ได้ พันสองพันก็คงพอ

         คำแถลงให้ทนายจัดการให้ก็ได้ หรือให้จำเลยเขียนในเรือนจำแล้วส่งผ่านเรือนจำมาก็ได้นะครับ ปกตินั้นต้องใช้แบบพิมพ์ของศาลนะครับแต่ส่วนมากที่เค้าทำกันเรือนจำนั้นเขา ก็มีแบบพิมพ์ศาลอยู่แล้ว (ผู้คุมเอามาขายให้ครับ)แต่ถ้าไม่มีจริง ๆ ศาลก็อนุโลมให้เหมือนกันนะครับ เอิ้กกกก
กรณีต่อไปเป็นเรื่องยาเสพติด (ปลอม) (กรณี ล่อซื้อยาบ้า) จับยาบ้าปลอม ไม่สามารถดำเนินคดีได้เพราะการกระทำของผู้ถูกจับกุมยังไม่เป็นความผิด และผู้จับกุมไม่ใช่ผู้เชียวชาญพิสูจน์ เพราะขาดองค์ประกอบภายนอกนะครับ ระวาง โทษกับศาลตัดสิน การที่จะพิจารณาว่าจะติดคุกกี่ปีนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลเท่านั้น แต่อัตราโทษนั้นแค่วางไว้เป็นกรอบว่าจะไม่โดนมากกว่านั้นแน่นอนครับ เช่น โดนจับยาบ้า 20 เม็ด อัตราโทษนั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ สี่แสนบาทถึงห้าล้านบาท (กรณีมีการล่อซื้อนะครับ)ส่วนถ้ามีไว้เพื่อ จำหน่ายก็ตั้งแต่จำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

           ครับเป็นข้อ แตกต่างของการจำหน่ายกับเพื่อจำหน่ายนะครับ ดูดี ๆ ต่างกัน เออ ถ้ากรณีว่าจริง ๆ แล้ว มีแค่ 10 เม็ด แต่โดนตำรวจซ้อมให้รับสารภาพ แล้วเราจะอ้างว่าโดนตำรวจซ้อมผมว่าเสียเวลาเปล่า คงจะหาพยานหลักฐานไม่ได้หรอกเพราะเค้าก็มีวิธีป้องกันตัวเค้าเหมือนกัน อิอิ ถ้าหวังผลให้ศาลลดโทษให้ก็ยอมรับตามฟ้อง จะเป็นวิธีการที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดนะครับแต่โทษที่จะลดนั้นสูงสุดไม่เกิน กึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงครับ
ส่วนนี่เป็นอัตราการลงโทษเปรียบเทียบตามอายุ เอาไปเลย

          1. มาตรา ๗๓ เด็กอายุยังไม่เกินสิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ
          2. มาตรา ๗๔ เด็กอายุกว่าสิบปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้......
          3. มาตรา ๗๕ ผู้ใดอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษก็ให้จัดการตามมาตรา ๗๔ หรือถ้าศาลเห็นว่าสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง
          4. มาตรา ๗๖ ผู้ใดอายุตั้งแต่สิบแปดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นลงหนึ่งในสาม หรือกึ่งหนึ่งก็ได้ เอาไปเปรียบเทียบช่วงอายุเอาเองนะครับต่อไปมาดูการปฏิบัติงานของตำรวจกันว่ามีลับลมคมในฝักหรือเปล่านะครับ

          1. กรณีที่ตำรวจจับผู้ต้องหายาเสพติดได้ ตำรวจต้องนำผู้ต้องหาไปพร้อมกับของกลางหรือไม่ แล้วถ้าตำรวจไม่ไปพร้อมของกลางเป็นเหตุให้ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ อันนี้เข้าใจว่าน่าจะไม่ใช่ประเด็นที่จะนำไปหักล้างนะครับเพราะว่ายากที่จะ พิสูจน์ให้ศาลเห็น ยังไม่หักล้างการกระทำผิดได้เต็มที่นัก ส่วนเรื่องระเบียบปฏิบัตินั้นผมจะถามเพื่อนอีกทีนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงไม่อาจทำให้ข้อเท็จจริงหรือข้องกฎหมายเปลี่ยนไปนักนะ ครับ ตัดประเด็นนี้ออกไปเลยนะครับ
          2. ส่านเรื่องระหว่างจับกุมตำรวจพาไปวนรอบสถานีก่อนยังไม่นำไปที่โรงพักทันที นั้น เนื่องจากระหว่างเดินทาง ตำรวจอาจจะแวะไปเรื่อย ๆ หากมีการแจ้งมาทางวิทยุให้ไปจับกุมรายอื่นต่อ หรืออาจพาผู้ต้องหาไปกินข้าวต้มก่อนไปโรงพักก่อนก็ได้นะครับ
          3. ส่วนการตรวจฉี่(หนู)นั้น ถ้าเป็นข้อหาจำหน่ายยาเสพติด (โดยเฉพาะจากการล่อซื้อ)ไม่มีความจำเป็นใด ๆ จะต้องตรวจฉี่ก่อนเพราะถึงตรวจไม่เจอก็ไม่มีผลต่อรูปคดีเนื่องจากคนขายอาจ ไม่เสพก็ได้ แต่ถ้าตรวจแล้วเจอสีม่วงก็เป็นโชคดีของตำรวจ แต่เคราะห์ร้ายของผู้ต้องหานะครับ พี่น้อง
          4. กรณีจับผิดตัวนั้นแล้วมีการจับผู้กระทำผิดตัวจริงได้ภายหลังนั้น ถ้าพิสูจน์ต่ออัยการได้ว่าจำเลยไม่ได้ผิดจริงก็อาจจะมีการสั่งไม่ฟ้องได้นะ ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องเป็นหน้าที่เราที่ต้องหาพยานหลักฐานไปพิสุจน์และคงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะทำให้ตำรวจหรืออัยการเขายอมตั้งรูปคดีใหม่ แต่ถ้าพนักงานอัยการเชื่อตามที่กล่าวอ้างก็คงให้พนักงานสอบสวนข้อเท็จจริง ใหม่ และคงมีการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องตามมาเองละครับ พี่น้อง



ขอบคุณที่มา : คุณboonkong - bloggang.com


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%

สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ, แท็บเล็ต รวมทั้ง iPad และ iPhone, เป็นเว็บไซต์ Responsive เต็มรูปแบบ ทั้งระบบ Front end และ Back end สะดวกทั้งผู้ชมและผู้ดูแลเว็บไซต์ เพราะสามารถใช้งาน iPad หรือ Tabletได้ทุกที่และทุกเวลา

คลิกดูรายละเอียด