บทความน่ารู้
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์



การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

           การเลี้ยงปลาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งท่านคงอ่านเรื่องการเลี้ยงปลาไหลไปแล้วในฉบับก่อน  โดยคราวนี้ผมก็ขอแนะนำท่านที่สนใจในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  เพื่อที่จะนำมาบริโภค  และเพื่อหารายได้เสริมเข้าครอบครัว  โดยฉบับนี้ผมขอแนะนำท่านมารู้จักกับการเลี้ยงปลาดุก  ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการเลี้ยงปลาดุกนั้นจะเลี้ยงกันในบ่อดินเป็นส่วนมากและให้กินอาหารเม็ด  หรือจำพวกไส้เป็ด  ไส้ไก่  เป็นอาหาร  ซึ่งจะใช้ต้นทุนในการผลิตสูงมาก  บางรายเลี้ยงปลาไปแล้วพอจับปลามาขายก็ไม่คุ้มกับค่าอาหารและเวลาที่เสียไป  ผมจึงขอเสนอการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์  โดยใช้ผักตบชวาเป็นอาหารของปลาดุก  จะลดต้นทุนในการผลิตเป็นอย่างมาก  เพียงแค่ท่านใช้เวลาเพียงเล็กน้อยไปหาผักตบชวามาให้ปลากินแค่นี้เอง  มาดูกันเลยครับว่าการเลี้ยงปลาดุกโดยให้กินผักตบชวาจะได้ผลดีจริงหรือไม่  


                การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์นั้นท่านต้องเตรียมอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาดุก ดังนี้  เตรียมบ่อซีเมนต์  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร  สูง 50 เซนติเมตร ส่วนบริเวณก้นบ่อท่านควรจะมีท่อระบายน้ำเพื่อใช้สำหรับถ่ายน้ำออก  ก่อนที่ท่านจะนำปลาลงมาเลี้ยงนั้นควรจะล้างท่อซีเมนต์ให้สะอาดไม่ควรให้มีคราบของปูนซีเมนต์หลงเหลืออยู่  หากคราบปูนซีเมนต์ยังออกไม่หมดอาจทำให้ลูกปลาดุกที่ท่านนำมาเลี้ยงตายได้  วิธีขจัดคราบปูนซีเมนต์ควรหาหยวกกล้วยมาแช่ในท่อซีเมนต์ประมาณ 2 สัปดาห์  จึงสามารถเอาหยวกกล้วยออกจากท่อซีเมนต์แล้วล้างภายในท่อให้สะอาด  จากนั้นก็เริ่มปล่อยน้ำเข้าท่อซีเมนต์โดยระดับน้ำที่จะเลี้ยงลูกปลาดุกไม่ควรสูงมาก  เพราะลูกปลาดุกจะขึ้นมาหายใจสะดวก ระดับน้ำสูงประมาณ 20 เซนติเมตร  ซึ่งในแต่ละท่อปูนซีเมนต์ควรใส่ลูกปลาดุก 80-100 ตัว เป็นจำนวนที่เหมาะสม ในระหว่างอนุบาลลูกปลาดุกท่านควรหาผักตบชวามาใส่บ่อบ้างเพราะลูกปลาดุกจะชอบเข้าไปอาศัยในรากของผักตบชวา  อีกทั้งลูกปลาดุกยังได้กินดินหรือแพลงก์ตอนในรากผักตบชวาอีกด้วย


                โดยในช่วงอนุบาลลูกปลาดุกจะให้อาหารสำเร็จรูปแบบเม็ด  กินอย่างเต็มที่วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 15-20 วัน ก็นำผักตบชวามาใส่ลงไปในท่อปูนซีเมนต์ประมาณ 5 กอต่อ 5 วัน พร้อมกับปรับระดับน้ำให้สูงขึ้นด้วยและค่อย ๆ ลดอาหารสำเร็จรูปโดยเมื่อปลาหิวจัดมันจะกินผักตบชวา  แม้ว่าผักตบชวาจะไม่มีค่าโปรตีนเลยแต่สามารถลดความหิวของปลาได้  ตกเย็นจึงเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูป  เพื่อเพิ่มโปรตีนให้ปลาในจุดนี้แม้ว่าปลาจะได้อาหารที่มีโปรตีนต่ำ  แต่เมื่อปลาอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดการเคลื่อนไหวและการใช้พลังงานก็น้อยและในการเลี้ยงปลาแบบนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน  จะได้ปลาขนาด 3-4 ตัวต่อกิโลกรัม

    วิธีการเลี้ยงและการให้อาหารปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์

                การเลี้ยงปลาดุกด้วยวิธีนี้ท่านควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก ๆ 5 วัน จะเป็นการช่วยให้น้ำในท่อดูสะอาดอยู่เสมอ แต่หากท่านไม่ถ่ายน้ำบ่อย ๆ  น้ำในท่อจะขุ่นปลาจะกินอาหารน้อยลงและจะทำให้ปลาโตช้าอีกด้วย  และในระหว่างการเลี้ยงจะมีการใช้น้ำหมักชีวภาพเพื่อช่วยในการปรับคุณภาพน้ำได้อีกด้วย  โดยจะใส่ทุกครั้งหลังจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำหรือตามความเหมาะสม  น้ำหมักชีวภาพที่นำมาใช้จะผลิตขึ้นมาเองโดยใช้กล้วยน้ำว้า  ฟักทอง  และมะละกอ  อย่างละ 3 กิโลกรัม สับให้ละเอียดจากนั้นนำมาคลุกผสมกับกากน้ำตาล 3 กิโลกรัม หมักปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน จากนั้นนำน้ำสะอาดปริมาตร 9 ลิตร เทใส่ลงไปพร้อมกับคนให้ส่วนผสมดังกล่าวคลุกเคล้าให้เข้ากัน  ตั้งทิ้งไว้อีกประมาณ 15 วัน หรือเมื่อมีกลิ่นหอมก็สามารถนำไปใช้งานได้ตามความต้องการ


               สำหรับอัตราการให้อาหารของลูกปลาดุกเมื่อเลี้ยงลูกปลาดุกได้ประมาณ 30-45 วัน จะใช้อาหารสำเร็จรูปเบอร์ 200 โดยให้กินวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ปริมาณอาหารที่ให้คือ 3 กรัม/บ่อ ต่อมาก็ค่อย ๆเพิ่มปริมาณอาหารเป็นครั้งละ 5 กรัม/บ่อ และเมื่อปลาดุกโตขึ้นที่จะกินอาหารเม็ดใหญ่ได้ก็เปลี่ยนมาเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปเบอร์ 202 จะให้เพียงวันละครั้งโดยจะให้ในมื้อเย็น ปริมาณอาหารครั้งละ 12 กรัม/บ่อ ทั้งนี้เพราะตอนกลางวันนั้นปลาดุกจะกินผักตบชวาเป็นอาหาร แต่หากต้องการให้ปลาดุกโตดีก็อาจจะเสริมปลาสด หรือไส้ไก่ ลงไปสัปดาห์ละครั้ง จะทำให้ปลาดุกโตเร็วยิ่งขึ้นภายในระยะเพียง 3-4 เดือนก็จะได้ปลาดุกขนาด 3-4 ตัว/กิโลกรัมเลยทีเดียว

    ผลผลิตที่น่าพึงพอใจในการเลี้ยงปลาดุก

                พบว่าหากทำการเลี้ยงปลาดุก 5 บ่อ จะใช้อาหารสำเร็จรูปเบอร์ 200 เพียง 1 กระสอบ และให้อาหารสำเร็จรูปเบอร์ 202 จำนวน 3 กระสอบ ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3-4 เดือน ก่อนจะจับขายจะได้น้ำหนักรวมของปลาดุกประมาณ 150 กิโลกรัม/รุ่น ราคาปลาดุกกิโลกรัมละ 50 บาท รายได้จากการจำหน่ายปลาดุกก็จะเท่ากับ 7500 บาท หักลบค่าอาหารสำเร็จรูปที่ต้องจ่ายไปคิดเป็นค่าอาหารสำเร็จรูปเบอร์ 200 ราคากระสอบละ 580 บาท ขณะที่อาหารสำเร็จรูปเบอร์ 202 ราคากระสอบละ 520 บาท รวมค่าอาหารทั้งหมดแล้วเท่ากับ 2140 บาทต่อรุ่น ซึ่งหากท่านมาคิดหาค่าเฉลี่ยจะได้ผลผลิตจากการเลี้ยงปลาดุกครั้งละ 1072/บ่อ/รุ่น เลยทีเดียว 


               เป็นอย่างไรบ้างครับกับการเลี้ยงปลาดุกในท่อซีเมนต์  ท่านผู้อ่านสามารถเลี้ยงได้เพราะการเลี้ยงปลาดุกด้วยวิธีนี้ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงก็น้อย  เพียงแต่ท่านใช้เวลาสัปดาห์ละครั้งในการหาผักตบชวามาใส่ในท่อซีเมนต์เพียงเท่านี้ก็จะเลี้ยงปลาดุกด้วยวิธีนี้ได้ผลสำเร็จแล้วครับ  หากท่านผู้อ่านหรือเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกหลังจากอ่านข้อมูลนี้  ถ้าหากว่าข้างบ้านมีพื้นที่  ก็ลองเลี้ยงดูนะครับ  ใช้พื้นที่ไม่มาก ไม่ยุ่งยาก มีปลาไว้บริโภคเอง  อ้อ ! ถ้าหากพื้นที่เหลืออีกก็ลองปลูกผักสวนครัวไว้ใกล้ ๆ บ่อปลาดูเอาน้ำในบ่อปลานี่แหละรดผักเป็นประจำผักก็จะสวยงามได้กินทั้งผักได้กินทั้งปลาอีกด้วยนะครับ
 

 

 

ขอบคุณที่มา : nicaonline.com


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น 2 แถม 1

คลิกดูรายละเอียด