บทความน่ารู้
กฎหมายปกครอง



กฎหมายปกครอง

กฎหมายปกครองคือ

          กฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองหรือการบริหารภายในรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับจัดการบริการสาธารณะ (PUBLIC SERVICE) ในด้านต่างๆ เพื่อสนองความต้องการส่วนรวมของประชาชนซึ่งเป็นภารกิจของรัฐ ในการดำเนินการดังกล่าว รัฐจะต้องจัดตั้งเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานหรือปฏิบัติราชการให้บรรลุภารกิจของรัฐ ด้วยเหตุนี้กฎหมายปกครองจึงประกอบด้วย

          1) กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม
          2) กฎหมายปกครองเป็นกฎหมายวางหลักการว่าด้วยความสัทพันธ์ระหว่างเข้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกับเอกชน 
    
1) การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน  นั้นมีหลักใหญ่ๆ อันเป็นหลักทั่วไปที่ใช้ในประเทศต่างๆอยู่ 2 หลัก

          1. หลักการรวมอำนาจ (CENTRALIZATION)

          2. หลักการกระจายอำนาจปกครอง (DECENTRALIZATION)

          1. หลักการรวมอำนาจปกครอง

          เป็นวิธีการจัดระเบียบการปกครองที่กำหนด ให้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาคกับหน่วยการปกครองส่วนกลาง โดยหน่วยการปกครองส่วนกลางหรือราชการบริหารส่วนกลางรวมอำนาจการปกครองไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมด มีลำดับการบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ โดยมีวินัยเป็นเครื่องบังคับ หลักนี้ได้นำไปใช้ใน การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ได้แก่กระทรวง ทบวง กรม แต่เนื่องจากการรวมอำนาจปกครองเข้าไว้ในส่วนกลาง ย่อมไม่สามารถดำเนินกิจการให้ได้ผลดีและทั่วถึงทุกท้องถิ่นพร้อมกัน กอปรกับความชักช้าเกี่ยวกับการสั่งการตามลำดับชั้น จึงได้มีการขยายหลักการรวม อำนาจปกครองโดยใช้หลักการแบ่งอำนาจปกครองให้แก่ส่วนภูมิภาค ทั้งนี้เพราะการรวมอำนาจปกครองเข้าไว้ในส่วนกลางนั้นไม่จำเป็นต้องสงวนอำนาจ สั่งการไว้ทุกเรื่องไว้กับส่วนกลางแห่งเดียว เพื่อแบ่งเบาภาระของกระทรวง ทบวงกรม ซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง และเพื่อให้ราชการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อาจจะมอบอำนาจวินิจฉัยสั่งการบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่ของส่วนกลาง และส่งออกไป ประจำในส่วนภูมิภาคกรณีเมื่องข้อราชการนั้นไม่เกี่ยวกับส่วนได้เสียทั่วไปของประเทศ และเป็นเรื่องเดี่ยวกับเขตการปกครองนั้นโดยเฉพาะ แต่ทั่งนี้ราชการบริหารส่วนกลางก็ต้องวางระเบียบไว้เป็นการทั่วไป เพื่อให้การปฏิบัติราชการในเขตการปกครองต่างๆ เป็นไปในแนวเดียวกัน โดยสรุปหลักการแบ่งอำนาจปกครอง (DECONCENTRATION) เป็นหลักการที่ราชการบริหารส่วนกลางมอบอำนาจวินิจฉัยสั่งการบางส่วน ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้แทนของราชการบริหารส่วนกลางซึ่งส่งไปประจำปฏิบัติราชการตามเขตการปกครองต่างๆของประเทศ แต่เจ้าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นยังคงเป็นผู้ที่ราชการบริหารส่วนกลางแต่งตั้งทั้งสิ้น และอยู่ในบังคับบัญชาของราชการบริหารส่วนกลาง หลักการแบ่งอำนาจปกครองนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักการรวมอำนาจปกครอง ไม่ใช้เป็นการกระจายอำนาจปกครอง หลักการแบ่งอำนาจปกครองที่ได้ใช้ในการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่จังหวัด และอำเภอ

          2. หลักกระจายอำนาจปกครอง

          นั้นเป็นวิธีการจัดระเบียบการปกครองโดยให้ท้องถิ่นต่างๆ มีความอิสระตามสมควรที่จะปกครองตนเองโดยราษฎรในท้องถิ่นนั้น ราชการบริหารส่วนกลางเป็นแต่เพียงควบคุมกำกับดูแลเท่านั้น มิได้เข้าไปบังคับบัญชาโดยตรง
ลักษณะสำคัญของหลักการกระจายอำนาจปกครอง

                    1. มีการแยกหน่วยงานออกไปเป็นองค์กรนิติบุคคลนิติ บุคคลอิสระจากองค์กรของราชการบริหารส่วนกลาง

                    2. มีการเลือกตั้ง องค์กรของราชการบริหารส่วนท้อง ถิ่นย่อมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากราษฎรในท้องถิ่น เพื่อให้ราษฎรในท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนในการปกครองท้องถิ่น

                    3. องค์กรตามหลักการกระจายอำนาจปกครองมีอำนาจด้วยตนเอง (AUTONOMY) กล่าวคือมีความอิสระที่จะดำเนินกิจการตามอำนาจหน้าที่ได้เอง โดยไม่ต้องรับคำสั่งหรือผู้อยู่ใต้บังคับตามลำดับชั้น มีงบประมาณและเจ้าหน้าที่ของตนเอง
หลักกระจายอำนาจปกครองได้ใช้ในระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นได้ แก่ องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นทั้ง 5 แบบ 
    
2) กฎหมายปกครองเป็นกฎหมาย

          วางหลักการว่าด้วยความ สัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกับเอกชน หลักการดังกล่าวในระบอบประชาธิปไตยคือหลักนิติรัฐ
หลักนิติรัฐมีสาระในทางกฎหมายปกครองดังต่อไปนี้

          1) อำนาจของเจ้าหน้าที่หรือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่หรือ องค์การของรัฐกับเอกชนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย กล่าวอีกนัยหนึ่งการปฏิบัติราชการของฝ่ายปกครองต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ในขณะเดียวกันการตัดทอนหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพของเอกชนจะทำได้ต่อ เมื่อมีกฎหมายให้อำนาจเช่นนั้น

          2) กฎหมายต้องบัญญัติให้สิทธิแก่บุคคลอย่างเสมอภาคว่าจะให้สิทธิโดยเฉพาะแก่บุคคล องค์การ หรือ กลุ่มบุคคลเป็นพิเศษไม่ได้

          3) ในการใช้อำนาจหากมีกฎหมายให้อำนาจแก่ฝ่ายปกครองที่จะต้องใช้ ดุลยพินิจ ฝ่ายปกครองจะต้องใช้ดุลยพินิจในกรอบของกฎหมาย

          4) ศาลมีอำนาจที่จะควบคุมตรวจสอบว่าการใช้ดุลยพินิจของ ฝ่ายปกครองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
สำหรับประเทศไทยใช้ระบบศาลคู่ มีศาลปกครองซึ่งมีอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีปกครองแยกต่างหาก (พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พศ.2542) ในการพิจารณาคดีปกครองนั้นมีหลักการสำคัญได้แก่

                    1. การพิจารณาคดีต้องเปิดเผย (PUBICITY)
                    2. ต้องฟังความทุกฝ่าย (AUDI ALTERAM PARTEM)
                    3. ศาลต้องให้เหตุผลประกอบคำพิพากษาปรือคำสั่งตน(DUTY TI GIVE REASONS)
                    4.ไม่เน้นระบบกล่าวหา(ACCUSATORY SYSTEM) ซึ่งยึดหลักที่ว่าใครกล่าวอ้างข้อเท็จจริงใดผู้นั้นมีหน้าที่นำสืบความมีอยู่ของข้อเท็จจริงนั้น (ACTORI INCUMBIT PROBATIO) ผู้พิพากษามิได้ได้มีบทบาทในการแสวงหาความจริงแห่งคดี แต่เน้นที่ระบบไต่สวนซึ่งเป็นระบบที่ให้ผู้พิพากษามีบทบาทในการแสวงหาความจริงแห่งคดี
 

 

ที่มาจาก : thethailaw.com


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...


คลิกดูรายละเอียด