บทความน่ารู้
อยากมีลูก...ทำยังไงให้ท้อง



อยากมีลูก...ทำยังไงให้ท้อง

ตั้งท้องยุคนี้ดูสวนกระแสเหมือนกันนะครับ เพราะใครๆ ต่างก็แห้งเหี่ยวไปตามๆ กัน แต่การมีลูกเป็นลงทุนระยะยาว บางคนอาจจะคิดว่าอายุก็มากแล้วรอไปอีกก็ไม่เห็นอนาคต ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเป็นยุคทองของไทยอีก ปล่อยให้ท้องซะตอนนี้ หมดเรื่องหมดราว.. 

ตรวจรับผลงาน
          คราวนี้ก็ต้องรอดูผลงาน เมื่อถึงครบกำหนดที่ต้องมีประจำเดือนมา แต่กลับเงียบจ้อยหายไปเฉยๆ ก็ส่อแววว่าจะตั้งครรภ์แล้ว ก็ให้ตรวจครรภ์ด้วยตนเองก่อน หาซื้ออุปกรณ์สำหรับตรวจได้จากร้านขายยาทั่วไป ปัสสาวะที่ใช้ตรวจก็ควรเป็นปัสสาวะในตอนเช้า เพราะว่ามันจะมีปริมาณฮอร์โมนออกมาค่อนข้างเยอะ ตรวจเจอได้ง่ายกว่า สายๆ บ่ายๆ กินโน่นกินนี่ ปัสสาวะอาจจะเจือจางลงแล้วตรวจไม่เจอก็ได้

          ถ้าตรวจครรภ์แล้วปรากฏว่า "ท้อง" ก็ถือว่าสำเร็จตามหลักสูตรถ้าตรวจดูแล้ว "ไม่ท้อง" ให้รออีกหน่อย รออีก 7 วันประจำเดือนยังไม่มาก็ให้ตรวจปัสสาวะซ้ำอีกครั้ง แม่บางคนมาตรวจเจอเอาครั้งหลังก็มีเหมือนกัน...ต้องลุ้นกันหน่อยครับ

          สำหรับบางคู่เพียรพยายามมาครบทุกสูตรแล้ว ก็ยังไม่ท้อง มีเพศสัมพันธ์กันตามปกติไม่ได้ว่างเว้น แล้วก็ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆ ด้วย หากเกิน 1 ปีไปแล้ว ก็ให้ไปปรึกษาคุณหมอได้เลยครับ..คุณหมอสูติฯ ที่รักษาเกี่ยวกับการมีบุตรยากนั่นแหละครับ


จาก: นิตยสาร Modern Mom


          บางคนมีลูกมาแล้วก็อยากมีไปทีเดียวเลย เลี้ยงโตขึ้นมาด้วยกัน ใช้ของร่วมกันได้ ถือเป็นการประหยัดอีกด้วย เหนื่อยทีเดียวจบกันไปเลย มีลูกห่างกันเกินไปก็ไม่ดี ปกติแล้วควรมีลูกห่างกันประมาณ 2-3 ปีกำลังดี ถ้าห่างไปกว่านี้ลูกจะต่างวัยกันมากเกินไป ลูกคนโตจะเริ่มติดเพื่อนมากกว่าที่จะสนใจน้องซะแล้ว ก็เลยอาจทำให้พี่กับน้องไม่ค่อยสนิทกันก็ได้.....

 

เอาล่ะ...จะยังไง ถือว่าตอนนี้ตัดสินใจจะมีลูกอีกคนก็แล้วกัน

 


ต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้างล่ะ

          ก่อนที่เราจะมีลูกอีกคนก็ต้องคิดกันก่อนว่าจะเลี้ยงไหวหรือเปล่า มีเวลาเลี้ยงหรือเปล่า มีเงินเพียงพอที่จะเลี้ยงดูลูกได้ดีหรือเปล่า เดี๋ยวนี้นะแค่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อฝรั่ง ไทยใช้ ห่อนึงก็ตั้งห้าร้อยว่าบาทแล้ว เลี้ยงลูกอย่างเดียวเงินเดือนก็หมดซะแล้ว คงต้องเก็บหอมรอมริบไว้ล่วงหน้าสักหน่อยนะครับ

          ก่อนจะเริ่มตั้งครรภ์ ว่าที่คุณแม่ต้องมีสุขภาพที่ดีด้วย จึงควรไปพบคุณหมอ แล้วบอกคุณหมอไปตามตรงเลยนะว่า ตอนนี้อยากมีลูกแล้ว คุณหมอจะให้คำแนะนำ แล้วก็ตรวจร่างกายคุณแม่ว่ามีอะไรผิดปกติ ที่สำคัญก็ต้องตรวจภายใน เช็คมะเร็งปากมดลูก ตรวจดูปีกมดลูกว่ามีก้อนเนื้อหรือซีสต์อะไรผิดปกติหรือเปล่า หากมีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็จะได้รีบรักษาให้หายเสียก่อน ดีกว่ามาเจอความผิดปกติเอาตอนท้อง ซึ่งก็จะทำให้รักษายาก เพราะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อเด็กในท้องอีกคนด้วยที่สำคัญและลืมไม่ได้คือ ต้องตรวจเลือดด้วย เพื่อหาโรคเอดส์ ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี หัดเยอรมัน ตอนนี้ไว้ใจใครได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่ล่ะ...

          เอาเป็นว่าตอนนี้ก็พร้อมเต็มที่ ทุนทรัพย์พร้อม ร่างกายพร้อม มดลูกพร้อม สามีพร้อม ตอนนี้ก็ถึงภาคปฏิบัติทำให้ท้องซะที!
มูกไข่ตก..ช่วงนี้สำคัญเชียวล่ะ

          เมื่อเราตั้งใจจะมีลูก ควรให้ความสนใจกับรอบเดือนของตัวเองมากๆ หน่อย ต้องคอยจดไว้ว่าประจำเดือนมาเมื่อไหร่ หมดเมื่อไหร่ มาสม่ำเสมอดีหรือเปล่า ที่ต้องให้จด เพื่อจะได้รู้ว่าไข่จะตกเมื่อไหร่นั่นเองครับ

          ในผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาทุก 28 วัน ถ้านับว่าประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่ 1 ของรอบ ไข่ก็จะตกในวันที่ 14 แต่สำหรับผู้หญิงบางคนประจำเดือนอาจมาทุก 30 วัน ไข่ก็จะตกในวันที่ 16 ของรอบ หรือประจำเดือนมาทุก 32 วัน ก็จะตกไข่ในวันที่ 18 ของรอบ คือเกิน 28 วันไปเท่าไหร่ก็บวกกับวันที่ไข่ตกไปเท่านั้นช่วงที่มีไข่ตกจะสังเกตได้ว่าจะมีตกขาวเป็นมูกใสๆ ลื่นๆ เฉอะแฉะออกมาเยอะ อย่างนี้เรียกว่า "มูกไข่ตก" ถ้าลองใช้มือจับเอามูกนี้ติดมือออกมาก็จะพบว่ามันใส ลื่น แล้วก็สามารถจับยืดได้กว่า 10 เซนติเมตรโดยไม่ขาดจากกัน แตกต่างจากมูกตอนช่วงอื่นๆ ที่เหนียว ข้น แล้วก็ไม่สามารถจับยืดได้มากนักถ้าเจอมูกออกมาอย่างนี้ จัดการได้เลยครับ!

          แต่สำหรับผู้หญิงบางคนประจำเดือนอาจมาไม่ค่อยสม่ำเสมอเป็นปกตินัก บางทีก็ 30 วัน 35 วัน บางทีหายไป 2 เดือนเลยก็มี กรณีนี้การนับวันก็คงจะลำบากนิดหน่อย ก็คงต้องใช้วิธีสังเกตมูกไข่ตกช่วยด้วย

          .....ในช่วงที่มีไข่ตกนี้ บางคนก็อาจมีอาการปวดถ่วงๆ ระบมในท้องน้อย ปวดร้าวออกไปข้างหลัง อาการนี้ก็เกิดจากรังไข่เป่งบวม มีไข่ตกแตกทะลุออกมา บางทีก็มีเลือดไหลซึมออกมาจากรังไข่ไปขังอยู่ในอุ้งเชิงกรานก็ทำให้เกิดการปวดท้องน้อยได้ ผู้หญิงบางคนก็มีอาการนี้นานๆ ที บางคนก็เป็นบ่อย ส่วนมากแล้วอาการปวดท้องน้อยนี้ จะหายได้เองใน 1-2 วัน ผู้หญิงบางคนพอมีอาการระบมในท้องน้อยอย่างนี้ ก็ไม่อยากที่จะมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ เลยไม่ท้องซะที

ยุ่งกันถี่..ใครว่าจะมีลูกง่ายๆ
           
นอกจากนี้แล้วก็เป็นหน้าที่ของผู้ชายบ้างล่ะ.....ผู้ชายก็ต้องทำหน้าที่ของตัวให้ตรงช่วงกับที่มีไข่ตก แต่บางคนกลับขยันเกินไป ช่วงสัปดาห์ที่มีไข่ตกก็จัดการทำการบ้านทุกวัน วันละหลายๆ นัด เรียกว่าถล่มปูพรมกะให้ติดให้ได้ ระบมอย่างนี้ไม่ได้เกิดจากไข่ตกนะครับ กลายเป็นยุ่งกันมากจนระบมซะมากกว่า.....สุดท้ายก็ไม่ติดครับ!

          การมีอะไรกันถี่มากเกินไปก็ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์น้อยลง หลายๆ คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ายิ่งยุ่งกันถี่ๆ ยิ่งมีโอกาสท้องได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณผู้ชายรู้จักตัวอสุจิลูกหลานของคุณเองก็จะเข้าใจเองนะครับ

          ตัวอสุจิสร้างออกมาจากลูกอัณฑะทั้งสองข้าง โดยค่อยๆเติบโตจากตัวอ่อนเบบี้จนโตเต็มที่เป็นหนุ่มใหญ่วัยผสมพันธุ์ ใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ แก่ตัวลง หมดเรี่ยวหมดแรงไปในที่สุด....ดังนั้นหากมีการปล่อยตัวอสุจิออกไปทำหน้าที่ถี่ๆ ทุกวันทุกคืน ตัวอสุจิที่ออกไปยังโตไม่ทัน เป็นแค่ตัวอ่อนเบบี้ ยังทำอะไรไม่เป็น ก็เหมือนเกณฑ์เด็กไปเป็นทหาร มันไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดหรอกครับ

ยุ่งกันบ่อยแค่ไหน..มีสิทธิ์ "ติดลูก"
          อัตราการมีเพศสัมพันธ์ที่กำลังดีก็คือ วันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 4 ครั้ง ซึ่งตัวอสุจิ ที่ปล่อยออกไปจะเป็นตัวที่โตเต็มที่แข็งแรง แหวกว่ายเข้าไปได้ดีจนถึงปลายทาง ปกติแล้วตัวอสุจิจะใช้เวลาเดินทางแค่ไม่ถึง 5 นาที นับตั้งแต่ปล่อยออกมาเข้าไปในปากมดลูก ผ่านตัวมดลูก แล้วแบ่งกันวิ่งเลี้ยวเข้าไปในปีกมดลูก จนวิ่งเข้าไปเจอไข่ที่ล่องลอยอยู่ในปีกมดลูก แต่มีแค่ตัวเดียวที่สามารถเจาะไข่แดงเข้าไปได้จริงๆ แล้ว ตัวอสุจิมันไม่รู้หรอกครับว่าต้องวิ่งเข้าไปยังไง ตรงไปเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวา ไม่มีป้ายคอยบอกทาง ไม่มีแผนที่ดูเอาไว้ก่อน แต่เพราะตัวอสุจิที่ปล่อยออกมามีจำนวนมากมาย ปล่อยออกมาทีนึงก็หลายร้อยล้านตัว แต่ละตัวต่างวิ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ บางตัววิ่งออกมาข้างนอก บางตัวก็วิ่งวนไปวนมา มีบางตัววิ่งเข้าไปในปากมดลูกได้สำเร็จ และมีแค่ประมาณ 5 พันตัวเท่านั้นเองที่สามารถวิ่งไปถึงไข่ แต่ก็มีหนึ่งในห้าพันนี้เท่านั้น ที่เจาะเข้าไปในไข่เกิดการปฏิสนธิได้สำเร็จผู้หญิงบางคนพอมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว ก็รีบล้างออกทันทีจนหมด ถ้าอยากมีลูกไม่ควรล้างออกนะครับ ให้นอนหงายนิ่งๆ อย่างน้อย 5 นาที เพื่อไม่ให้น้ำอสุจิไหลออกมาข้างนอกหมดเสียก่อน ถ้าอยากมีลูกแล้ว น้ำอสุจิมีค่าทุกหยาดหยดเลยล่ะครับ น้ำอสุจิของผู้ชายเราไม่ใช่เป็นของที่สกปรก แต่ที่จริงแล้วมันสะอาดปราศจากเชื้อโรคใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นในกรณีที่ผู้ชายคนนั้นเป็นกามโรคนะครับ ดังนั้นหากมันตกค้างอยู่ภายในช่องคลอดชั่วข้ามคืนก็ไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียใดๆ ตามมาหรอกครับ


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น 2 แถม 1

คลิกดูรายละเอียด