บทความน่ารู้
รูปแบบของการปรับโครงสร้างหนี้



รูปแบบของการปรับโครงสร้างหนี้

รูปแบบของการปรับโครงสร้างหนี้

การปรับโครงสร้างหนี้ในปัจจุบันนั้น เพื่อให้ง่ายแก่การเข้าใจสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1.         การปรับโครงสร้างหนี้โดยสมัครใจ เป็นกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งมีความสลับซับซ้อนน้อยที่สุด เนื่องจากไม่มีระเบียบและกฎเกณฑ์ใดๆ มาควบคุม นอกจากใช้หลักของสัญญาทั่วไป (Freedom of Contract principle) เป็น การตกลงกันโดยอิสระระหว่างฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้ ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีที่ปรึกษาทางการเงินก็ได้ แต่อย่างน้อยควรจะมีนักกฎหมาย หรือที่ปรึกษากฎหมายช่วยทำหน้าที่ในการเตรียมเอกสารสัญญา หรือบันทึกข้อตกลง ในบางกรณีเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งฝ่ายเจ้าหนี้ และลูกหนี้อาจตกลงร่วมกันเลือกที่ปรึกษากฎหมายเพียงรายเดียวเพื่อเตรียม เอกสารสัญญา หรือบันทึกข้อตกลงในการปรับโครงสร้างหนี้ก็ได้ แต่ก็ควรจะระวังในเรื่องการขัดผลประโยชน์ (Conflict of Interests) ระหว่างฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้ ซึ่งจะทำให้ที่ปรึกษากฎหมายทำงานได้ยากลำบากมากขึ้น

การปรับโครงสร้างหนี้โดยสมัครใจเหมาะสมสำหรับกรณีที่เป็นเจ้าหนี้รายเดียว (Single Creditor) หรือเป็นเจ้าหนี้หลายราย (Multiple or Syndicated Creditors) แต่ เป็นหนี้ที่ไม่มีความสลับซับซ้อนมากนัก และมักจะเป็นหนี้ขนาดเล็ก หรือขนาดกลางๆ แต่การปรับโครงสร้างหนี้โดยสมัครใจนี้อาจนำไปใช้กับอุตสาหกรรมบางประเภท ตัวอย่างของอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จโดยอาศัยการปรับโครงสร้างหนี้โดย สมัครใจ คืออุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งมีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยเป็นตัวกลางในการประสาน งาน ซึ่งสามารถปรับโครงสร้างนี้ของกลุ่มโรงงานน้ำตาลจำนวน 30 กว่าโรงงานซึ่งคิดเป็นมูลหนี้จำนวนหลายหมื่นล้านบาท

2.         การปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้นโยบายและกระบวนการของภาครัฐ

การ ปรับโครงสร้างหนี้เป็นกระบวนการสำคัญอย่างยิ่งที่ทั่วโลกนำมาปฎิบัติ เพราะมองเห็นความสำคัญต่อธุรกิจในการเป็นเครื่องมือหรือทางออกหนึ่งของการ ที่ช่วยให้ธุรกิจพ้นจากภาวะล้มละลาย ทำให้มีโอกาสอีกครั้งในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งช่วยให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนที่จะเกิดขึ้นจากการฟ้องร้อง เมื่อหนี้สินไปสู่ระบบของศาล โดยทุกประเทศมักจะกำหนดออกมาเป็นนโยบาย และการปฎิบัติในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับประเทศไทย ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2549 รัฐบาลได้มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อดูแล และสนับสนุนกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้รายใหญ่ ซึ่งปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว ประกอบด้วย

1.         คณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ("คปน.") หรือ The Corporate Debt Restructuring Advisory Committee ("CDRAC")

2.         คณะอนุกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และ

3.         สำนักงานคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ("สปน.") ซึ่งเป็นส่วนงานหนึ่งในธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นตรงต่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

องค์กรทั้ง 3 องค์กร จะเป็นตัวกลางในการประสานงาน และสนับสนุนให้มีการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายใหญ่ ซึ่งได้รับเลือก หรือสมัครใจเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ของคปน. หรือ CDRAC โดยกำหนดให้สถาบันการเงินทั้งหลายซึ่ง มีภูมิลำเนาภายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยหรือในต่างประเทศก็ตาม รวมทั้งลูกหนี้ รายใหญ่ ซึ่งทางสปน. จะกำหนดให้เข้าร่วมลงนามในสัญญาระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ (Debtor-Creditor Agreement on Debt Restructuring Process หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า Debtor-Creditor Agreement) และได้กำหนดให้เจ้าหนี้ทั้งหลายลงนามในสัญญาระหว่างเจ้าหนี้ (Inter-Creditor Agreement on Restructure Plan Votes and Executive Decision Panel Procedures หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Inter-Creditor Agreement) ซึ่ง สัญญาทั้งสองได้กำหนดกติกา ขั้นตอน และกำหนดเวลาในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไว้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งกำหนดกระบวนการแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างฝ่ายเจ้าหนี้ และฝ่ายลูกหนี้โดยผ่านผู้ไกล่เกลี่ย (Mediator) และได้กำหนดกระบวนการของคณะผู้ชี้ขาด (Executive Decision Panel) เพื่อพิจารณาการรับ หรือไม่รับแผนในกรณีที่เจ้าหนี้มีมติเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหนี้ แต่ไม่ถึงสามในสี่ (75%) ตามที่สัญญากำหนด

3.         การปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลาย

กระบวน การปรับโครงสร้างหนี้ในแบบนี้ ถือเป็นกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ที่สลับซับซ้อนมากที่สุด และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมากที่สุด แต่ก็เป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพที่สุดเช่นเดียวกัน เหตุที่ระบุว่ากระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ในศาลเป็นกระบวนการที่มี ประสิทธิภาพมากที่สุด ก็เนื่องจากสาเหตุที่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ในศาลเป็นกระบวนการปรับโครง สร้างหนี้แบบเดียวที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งในแต่ละประเทศจะมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับข้อปฎิบัติที่กำหนดไว้ในกฎหมายล้มละลายของแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทยมีลักษณะแตกต่างดังนี้

?         มี หลักการการห้ามฟ้องร้อง บังคับคดี ดำเนินกระบวนพิจารณา หรือใช้วิธีการใดๆ เพื่อบังคับชำระหนี้ หรือบังคับหลักประกัน หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ในระหว่างที่ศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการจนกว่าแผน ฟื้นฟูกิจการจะได้รับอนุมัติ หรือจนกว่ากระบวนการฟื้นฟูกิจการจะจบลงโดยประการอื่น ซึ่งกระบวนการนี้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ "Automatic Stay"

?         กระบวน การบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนาน และมีกระบวนการที่ซับซ้อนตามกฎหมาย เช่น การลดทุนของลูกหนี้เพื่อกำจัดผลขาดทุนสะสม การเพิ่มทุนของลูกหนี้ รวมทั้งการแปลงหนี้เป็นทุน สามารถกำหนดไว้ในแผน ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และเมื่อศาลอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าวแล้ว สามารถดำเนินการลดทุน เพิ่มทุน หรือแปลงหนี้เป็นทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่สลับซับซ้อน และต้องใช้ระยะเวลานานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังกล่าว

?         เจ้า หนี้สามารถปล่อยเงินสินเชื่อเพิ่มเติมในระหว่างดำเนินกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ในศาลเพื่อให้ธุรกิจของลูกหนี้สามารถดำเนินไปได้ และเจ้าหนี้ดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองโดยมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้า หนี้อื่นโดยกำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

การ ปรับโครงสร้างหนี้โดยผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทางศาลล้มละลายนี้ เป็นกระบวนการซึ่งฝ่ายเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล และขอให้มีการแต่งตั้งผู้ทำแผน ซึ่ง ถือเป็นคนกลางในการดำเนินการร่างแผนฟื้นฟูกิจการ และกระทำการแทนลูกหนี้ระหว่างการร่างแผนฟื้นฟูกิจการนั้น เมื่อแผนฟื้นฟูกิจการได้นำเสนอเพื่อรับอนุมัติจากกลุ่มเจ้าหนี้และศาลแล้ว ก็จะดำเนินการฟื้นฟูกิจการตามรายละเอียดในแผนฟื้นฟูดังกล่าว โดยมีผู้บริหารแผนเป็น ผู้ทำหน้าที่แทนลูกหนี้เพื่อดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการซึ่งได้รับอนุมัติ จากศาลจนจบกระบวนการตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าว ซึ่งกระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งสังกัดอยู่กับสำนักฟื้นฟูกิจการ กระทรวงยุติธรรม

 

ที่มาจาก : http://cms.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=01-ARTICLE-140509&article_version=1.0


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...

คลิกดูรายละเอียด