บทความน่ารู้
ตามไปดูวิถีชีวิตลูกหลานเผ่าซาไก



ตามไปดูวิถีชีวิตลูกหลานเผ่าซาไก



ที่หมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ชายแดนสุดปลายด้ามขวาน

ความสุข ความรื่นเริงบันเทิงใจ ในโอกาสของการเฉลิมฉลอง รวมไปถึงความประทับใจในบางส่วนของก้นบึ้ง ที่บางครั้งอาจจะถูกมองข้ามไป อาจเพราะบรรดาปัญหาต่าง ๆ ที่ไหลบ่าเข้ามา อย่างมิเคยหยุดยั้ง หรืออาจเป็นเพราะวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในยุคโลกไร้พรมแดน ในแต่ละเสี้ยวชีวิตของคนทุกเชื้อชาติ คงต้องมีบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้ลิ้มรสความรู้สึกอิ่มเอมอย่างที่ไม่ต้องหาตัวช่วยใด ๆ ให้เปลืองทรัพยากร แม้จะแตกต่างไปตามสถานที่และเวลา แต่ความรู้สึกว่า “สุข” นั้น มีส่วนทำให้โลกใบนี้น่าอยู่เสมอมา
      
วันนี้ ณ หมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 พัฒนา หมู่บ้านชายแดนใต้ สุดปลายด้ามขวานทอง หนึ่งในหมู่บ้านที่เกิดใหม่ของตำบลอัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ภาพของเด็ก ๆ ลูกหลานของอดีตพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา หรือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ทั้งที่ยังอาศัยใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลูกหลานของอดีตพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ในต่างแดน (มาเลเซียและสิงคโปร์) รวมไปถึงเด็ก ๆ จาก ชนเผ่าอัสรี (ซาไก) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบ ต่างก็มีคำตอบที่ได้คล้าย ๆ กันว่า “วันตรุษจีน” คือหนึ่งในวันที่จะมีความสุขอย่างเปี่ยมล้น เพราะจะเป็นวันที่ได้พบกับญาติพี่น้อง ปู่ ย่า ตา ทวด ตลอดจนเพื่อนฝูงที่มีที่มาจากแหล่งเดียวกัน จะมีโอกาสพบปะสังสรรค์ ถามสารทุกข์สุกดิบ ดั่งที่เฝ้ารอมาทั้งปี
 
ตรุษจีนนั้นเทียบได้กับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก หรือวันสงกรานต์ของไทยในประเพณีของการฉลองตรุษจีนนั้นมักจะสอดแทรกพิธีกรรมต่าง ๆ ในทุกสิ่งทุกกิจกรรม ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเสื้อผ้า อาหารค่ำนั้นประกอบด้วยอาหารทะเล และอาหารนึ่งเช่น ขนมจีบ ซึ่งอาหารแต่ละอย่างล้วนมีความหมายต่าง ๆ กันไป เช่น กุ้ง จะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข เป๋าฮื้อแห้ง หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสด จะนำมาซึ่งโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาหร่ายดูคล้ายผมแต่กินได้จะนำความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่สีแดง โดยไม่เกี่ยวข้องกับฝ่าย นปช. ก็ถือเป็นสีที่เป็นมงคลโดยเป็นการไล่ปิศาจร้ายให้ออกไป (การจุดประทัดก็มีความหมายเดียวกัน) และ การใส่สีดำหรือขาวก็ถือเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ โดยหลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ เล่นประทัด หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้ห้ามโกรธ ห้ามริษยา หรือแสดงอาการไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง
 
ในหมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 พัฒนา ต.อัยเยอร์เวง อ.เบ ตง จ.ยะลา ก็มีการจัดงานฉลองเทศกาลตรุษจีน แต่สิ่งที่แตกต่างคือมีการผนวกเทศกาลตรุษจีนกับวันขึ้นปีใหม่ของเผ่าอัสรี (เผ่าซาไก) ไว้ด้วยกัน เพราะในหมู่บ้านนี้มีสมาชิกส่วนหนึ่งที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของชนเผ่าอัสรี ซึ่งปัจจุบันชนเผ่าอัสรียังคงอาศัยใน ป่าบาลาฮาลาโดยมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม กว่า 100 คน เข้ามาอาศัยในหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 พัฒนา 2 ครอบครัว โดยที่ส่วนหนึ่งก็กลับไปประเทศมาเลเซียเพราะมีสวัสดิการที่ดีกว่า 
 
ชนเผ่าอัสรีนั้นในอดีตก็เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ร่วมปฏิบัติการในป่าลึกในลักษณะทหารนายพรานนำทาง โดยมีบางส่วนที่ถึงขั้นร่วมหอลงโรง แต่งงานแต่งการ จนเกิดลูกครึ่งที่ดูน่ารักไปอีกแบบ ในปี พ.ศ. 2538 ชาวหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 พัฒนา จึงได้นำเสนอในที่ประชาคมหมู่บ้าน ผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง เพื่อปรับให้มีการควบกันทั้งสองเทศกาล โดยกำหนดให้เหลื่อมวันตรุษจีนไป 2-3 วันของทุกปี ถึงแม้วันตรุษของชนเผ่าอัสรีนั้น จะมีความเป็นมาจากการเข้าสู่ฤดูผลไม้สุก (ในป่า) ซึ่งเป็นช่วงฤดูที่ในป่ามีอาหารอุดมสมบูรณ์ที่สุด
 
นายเอกชัย วาฑิตศุภพักษ์ หรือ “ผู้ใหญ่โก๊ะ” อดีตพรรคคอม  มิวนิสต์มาลายาที่ เข้าป่าไปตั้งแต่อายุ 13 ปีในปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 บ้านจุฬาภรณ์ 10 พัฒนา ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ได้ยึดปฏิบัติรักษาพิธีกรรม    เดิม ๆ ไว้เหนียวแน่น โดยทั้งผู้ใหญ่และเด็กในหมู่บ้านได้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ คละเคล้าไปกับบรรยากาศของหมู่บ้านที่คึกคัก มีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เพราะมีอาคันตุกะที่เปรียบดั่งญาติสนิทกว่า 700 คนมาเยือนอย่างพร้อมเพรียงกัน ตั้งแต่รุ่นเด็กทารก จนถึงรุ่นชราไม้ใกล้ฝั่ง เดินกันขวักไขว่ ส่งภาษากันเจี๊ยวจ๊าวไม่ต่างกับย่านเยาวราชในยุคอดีตเสียทีเดียว          
 
เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษแล้ว ที่มวลหมู่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายาวางปืน หันหน้าเข้าร่วมลงนามในสัญญาสันติภาพสามฝ่าย ทั้งรัฐบาลไทย มาเลเซียและฝ่ายพรรคคอมมิว นิสต์มาลายา ณ โรงแรมลีการ์เด้น หาด ใหญ่ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2532 ซึ่งยังผลให้ประเทศมาเลเซียพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยไร้ปัญหากวนใจ ในขณะที่รัฐบาลเรายังตา บอดคลำช้าง ซึ่งสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายานั้น หลังจากแยกย้ายกันไป ทำมาหากินก็มีสมาชิกส่วนหนึ่งที่ยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 พัฒนา จำนวน 184 คน โดยรัฐบาลไทยจัดสรรที่ทำกินให้คนละ 15 ไร่ พร้อมด้วยบ้านพักอาศัย ระบบสาธารณูปโภค และการสนับสนุนงบประมาณโครงการต่อเนื่องในการส่งเสริมการประกอบอาชีพจากทุกหน่วยงานทั้ง     ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ส่วนกลาง และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ฯ ส่วนที่กลับไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์บ้านเกิดนั้นก็มีจำนวนมาก
   
ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลตรุษจีน เป็นที่รู้กันว่าถึงเวลาสังสรรค์ฉันมิตร ของบรรดาพลพรรคสมาชิก     ทุก ๆ คนจะหอบหิ้วลูกหลานที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขมาเยี่ยมเยือน อนุสรณ์สถาน ระลึกถึง ว่าครั้งหนึ่งเหล่า อาก๋ง อาม่า อาเจ็ก เคยใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก อดมื้อกินมื้อในประเทศไทย และเพื่อเป็นการพบปะสังสรรค์ สอบถามสารทุกข์สุกดิบถึงความเป็นอยู่ของแต่ละคน.

 

ขอบคุณที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์


แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...

คลิกดูรายละเอียด