บทความน่ารู้
เคล็ดลับบรรเทาอาการไมเกรน


เคล็ดลับบรรเทาอาการไมเกรน


บริหารกล้ามเนื้อ-พักผ่อน-ฝึกสมาธิ เคล็ดลับง่ายๆที่ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรนได้

บรรดาคนวัยทำงานที่อยู่ในภาวะคร่ำเคร่งกับการทำงาน นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน และขาดการบริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
 
ทราบหรือไม่ว่า นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่จะบ่งบอกให้รู้ว่าบุคคลเหล่านี้กำลังมีโอกาสเสี่ยงกับการเป็นโรคยอดฮิตติดชีวิตคนเมือง นั่นก็คือ โรคปวดศีรษะเรื้อรัง หรือ อาการปวดศีรษะ ไมเกรน นั่นเอง
 
แพทย์อายุรเวทวิภาพร สายศรี แพทย์อายุรเวทแผนไทยประยุกต์ จากคลินิกรักษาไมเกรน ดอกเตอร์แคร์ อธิบายว่า สาเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรนเกิดจาก การเกร็งตัวสะสมของกล้ามเนื้อ 4 ส่วน หลัก คือ Splenius, Suboccipitals, Sternocleidomastoid, และ Trapezius ซึ่งทำให้เกิด Trigger Point กดทับ เส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ ทำให้มีปริมาณเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้น้อย โดยอาการ จะเริ่มจากการปวดบริเวณท้ายทอย ขมับ และหน้าผาก เป็นประจำ ซึ่งเป็นอาการของ Tension Headache และ เมื่อกล้ามเนื้อมีการเกร็งสะสมเพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้ป่วยไวต่อปัจจัยกระตุ้นบางชนิด เช่น แสงแดด ความร้อน กลิ่นบางชนิด จะทำให้กล้ามเนื้อมีการเกร็งตัวเพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลันเมื่อเผชิญกับปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริเวณ ศีรษะขาดเลือด หัวใจจึงปั๊มเลือดที่มีแรงดันเกินปกติ เมื่อเส้นเลือดบริเวณศีรษะได้รับแรงดันเลือดที่สูงจึงมีการ ขยายตัวผิดปกติ และทำให้เกิดการปวดศีรษะข้างเดียว โดยปวดตุ๊บๆ ตามการเต้นของหัวใจ หรือเรียกว่าการ ปวดศีรษะแบบไมเกรน
เคล็ดลับบรรเทาอาการไมเกรน
รูปแสดงถึงตำแหน่ง Trigger Point ที่อยู่บริเวณคอ โดย Trigger Point ที่ตำแหน่ง ดังกล่าวจะกดทับเส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณ ศีรษะ ทำให้บริเวณศีรษะขาดเลือดและออกซิเจน นอกจากนี้ การอักเสบของ Trigger Point จะทำให้ เกิดอาการปวดในบริเวณสีแดง คือบริเวณหลัง ศีรษะ กลางศีรษะ ขมับ และกระบอกตา
 
หลายคนมองว่า อาการปวดศีรษะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเมื่อรู้สึกปวดแล้วทานยาแล้วพักผ่อน อาการก็หายไปเอง แต่สำหรับผู้ป่วยไมเกรนเรื้อรัง ที่ปวดศีรษะมากกว่า 4 ครั้งต่อเดือน โดยปวดติดต่อกันหลาย ชั่วโมง มีอาการตาพร่ามัว คลื่นไส้ และอาเจียนร่วมด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยได้รับความทรมาน และ ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ การใช้ยาแก้ปวดไม่สามารถรักษาอาการไมเกรนได้ เพียงแค่บรรเทาอาการปวด เพียงชั่วคราวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลเสียต่อตับและไตของผู้ป่วย
 
 
สำหรับการดูแลเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรนนั้น แพทยอายุรเวทวิภาพร กล่าวว่า เนื่องจากอาการไมเกรนเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อซึ่งไปกดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ ร่วมกับปัจจัยกระตุ้นต่างๆ เช่นฮอร์โมน ความเครียด ความร้อน ฯลฯ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคไมเกรน เราควรที่จะ
1. บริหารโดยการยืดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอที่ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ
2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อนานๆ เช่นการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ การนั่งทำงานต่อเนื่อง การใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ
3. การฝึกสมาธิเพื่อลดความเครียดของจิตใจ (ซึ่งมีผลต่อการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ)
 
แต่ในกรณีที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเกิดขึ้น เพื่อที่จะบรรเทาอาการปวดให้น้อยลง และมีระยะเวลา การปวดที่สั้นที่สุด เมื่อรู้สึกตัวว่าจะเริ่มมีอาการ ผู้ป่วยควร หยุดกิจกรรมที่มีการใช้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอทั้งหมด, พักผ่อนทันทีเมื่อเริ่มมีอาการ, ทำให้กล้ามเนื้อมีการคลายตัว โดยการยืดกล้ามเนื้อ และ ทำจิตใจให้มีสมาธิ เพื่อบังคับให้กล้ามเนื้อคลายตัวออก
 
ในส่วนการรักษาของคลินิกรักษาไมเกรน ดอกเตอร์แคร์ ได้คิดค้นและพัฒนาวิธีการรักษาไมเกรน ซึ่งเป็นการ รักษาแบบ ผสมผสานความรู้ทางด้านกายวิภาค ร่วมกับการกดจุด การยืดกล้ามเนื้อ และการสลาย Trigger Point ที่กดทับเส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ โดยเป็นเทคนิคการรักษาที่ทางคลินิกได้พัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคไมเกรนโดยเฉพาะ
 
ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาที่คลินิก เป็นผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 75 การที่ผู้หญิงเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชาย อาจมีสาเหตุมาจากโครงสร้างของกล้ามเนื้อที่ไวต่อการเกร็งตัวมากกว่ากล้ามเนื้อของผู้ชาย และฮอร์โมนเพศ หญิงซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ส่วนหลังการรักษาแล้วอาการไมเกรนจะกลับมาอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการทำงาน และการ บริหารร่างกายของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอเกร็งตัว และบริหารกล้ามเนื้อที่ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยก็สามารถห่างไกลจากอาการไมเกรนที่สร้างความทุกข์ ทรมานได้

เพื่อศึกษาข้อมูลที่ละเอียดเกี่ยวกับโรคไมเกรน ผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ drcareclinic.com
 
ขอบคุณที่มา : lifestyle.th.msn.com


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%

สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ, แท็บเล็ต รวมทั้ง iPad และ iPhone, เป็นเว็บไซต์ Responsive เต็มรูปแบบ ทั้งระบบ Front end และ Back end สะดวกทั้งผู้ชมและผู้ดูแลเว็บไซต์ เพราะสามารถใช้งาน iPad หรือ Tabletได้ทุกที่และทุกเวลา

คลิกดูรายละเอียด