บทความน่ารู้
การเรียงความ


การเรียงความ

การเขียนคือการแสดง ความรู้/ความคิด/ความรู้สึกและความต้องการของผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ผู้รับสามารถอ่านเข้าใจได้ รับทราบความรู้ ความคิดความรู้สึกและความต้องการเหล่านั้น# d* `8 E1 _3 ]
***ข้อสอบการเขียนจะทดสอบในเรื่องการเรียงความและการเขียนประโยคตามหลัก ภาษาโดยจะกำหนดข้อความ/ประโยคหรือบทความแล้วให้ตอบคำถามโดยเลือกข้อความ ที่กำหนดให้ซึ่งเป็นข้อความที่ถูกต้องตามหลักภาษาหรือใส่เครื่องหมายเลข กำกับหัวข้อแล้วให้เรียงเลขที่กำกับมาให้ถูกต้อง***3 R* o+ a8 V3 v9 Q) ~  a; r  C

      
  • การเรียงความ
หลักในการทำข้อสอบ ควรพิจารณาดังต่อไปนี้ คือ
5 y! d" y% X$ r9 r1 ^หลักการพิจารณาข้อความ
3 a% I3 F; Q6 o; Z+ t4 T. ]    5 ]. ^& {0 ?9 p- p2 ]6 k
    1.ความหมายของคำในความหมายอย่างเดียวกันต้องเลือกดูคำ ที่มีความหมายแจ่มแจ้งที่สุดเช่นคำว่า"สวย" กับ "งาม" มีความหมายใก้ลเคียงกัน คำว่า "งาม"น่าจะเหมาะกับประโยคที่สอื่ความหมายถึงการมีจิตใจดีและมีคุณธรรมส่วนคำ ว่า "สวย"หมายถึงรูปร่างหน้าตาภายนอก ซึ่งคำว่า"งาม"จะมีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจกว่า เป็นต้น
* Z* t4 J' `) x, s2 P0 t" \
2.การประหยัดคำ เรา ต้องใช้คำให้ถูกที่และเหมาะสมกับฐานะบุคคลปัจจุบันมักจะใช้คำผิดๆส่วนมากป็น คำราชาศัพท์หรือศัพท์ที่ใช้มานานแล้ว เช่น คำว่า"มหาศาล"นั้นแต่ก่อนใช้แต่กับ พระมหากษัตริย์และพราหมณ์แต่ปัจจุบันยังนำมาใช้แม้แต่ลุ่มโจร . V/ o2 h2 a8 _& w

: m5 i! f0 e7 x+ I3. หลักความใก้ลชิด ต้อง วางคำขยายให้ถุกต้องตามตำแหน่งหน้าที่มิเช่นนั้นจะทำให้ความหมายกำกวม เช่น ไหมเป็นสินค้าสำคัญซึ่งได้มาจากตัวหนอนเล็กๆ ประโยคนี้ควรแก้เป็น ไหมซึ่งได้มาจากหนอนตัวเล็กๆเป็นสินค้าสำคัญ6 r( d! r$ k- m! m! y
4. ฐานแห่งน้ำหนัก ประโยคหนึ่งๆถ้าแบ่งเป็น 3 ตอน ใจความสำคัญมักจะอยู่ตอนท้าย รองลงมาเป็นต้นประโยค ส่วนกลางประโยคจะมีความสำคัญมากที่สุด เช่น) A/ O3 K% W- C5 S% r2 f4 U
               ยกมืขึ้นไม่เช่นนั้นจะตาย; q2 |# n( r) Z2 n/ Z
               ชนชาวไทยร่วมชาติขิงข้าพเจ้าทั้งหลายจงตื่นเถิด
8 @2 O3 D  ^' |
5. เหตุผล ต้องพิจารณาจากหลักเหตุผลถ้าข้อความใดผิดหลักความเป็นจริงก็ใช้ไม่ได้ เช่น ประโยคที่ว่า เด็กคนนั้นเก่งจังเลยแค่ 5-6 เดือนก็วิ่งได้แล้ว ซึ่งเป็นไปไม่ได้! k( }+ c1 \9 j( D. A" G
6.ไวยากรณ์หรือ หลักของภาษาเราต้องดูว่าคำที่ใช้ถูกต้องและมีความหมายกลมกลืนในประโยคหรือ ไม่ เช่น
& @+ I- {8 F1 J. v+ m1 U  
3 L- B5 m# u/ p* \" O4 t  P# A  คำ ว่า "สมควร" ควรเชื่อมกับคำว่า "แก่" เช่นประโยคต่อไปนี้
& F* f# S- B1 p* |  "เขาจะต้องทด ลองปฎิบัติราชการจนหัวหน้าเห็นว่าเขามีความสามารถ สมควรแก่ ตำแหน่ง" 2 d. V/ M& a2 O: g, |
"สมเด็จพระบรมพิตรพพระราชสมภารเจ้าตั้งพระราชหฤทัยทรงพระราชวิจารณ์ราชกิจ ดดยสมควรแก่ประเทศชาติ โดย สมควรแก่ กาลสมัย
  w, {& F  P4 v  
7 j- H0 P# y) C' k2 `, e3 v9 a+ T  คำ ว่า "สม" ควรเชื่อมกับคำว่า "กับ" ดังนี้
% F  y1 m2 n8 @- g' y- J& n% H2 Q  "เปรียบ สตรีมีกุลชาติ มารยาทน่าชม สมกับ หญิง"
5 E' z4 T  ~, X+ Y( `9 h"ท่านต้งปฎิ บัติหน้าที่ให้ สมกับ เป็นครู"
: A: ?2 ^2 S2 P. s: h8 c" k) ^  
: c' I$ ~2 s7 ]3 Q8 X; n1 o4 K6 `! E: S  คำ ปฎิเสธซ้อนกันไม่ควรใช้มิเช่นนั้นจะกลายเป็นคำบอกรับไป เช่น8 T0 P4 O  V, I6 F" Y0 w; l
"ห้ามไม่ให้เก็บดกไม้" กลายเป็น "ให้เก็บดอกไม้ได้", i0 G! t% V3 o# [/ z$ G& t' J
"มิใช่ลำเอียงก็เปล่า" กลายเป็น "ลำเอียง"( C1 x( z" Z- f  B* X
& i' t8 `  F. x5 W
7. การใช้ถ้อยคำให้ถูกต้องตามความนิยม ต้องดูตามความเหมาะสม
# g! Z2 f4 ~' z      ประโยคที่ใช้ตามภาษาอังกฤษไม่ควรใช้ เช่นคำว่า "จับหวัด" เพราะภาษาไทยใช้ว่าว่า "เป็นหวัด". _) v! J/ x4 n
  ประโยคที่มีคำภาษาบาลีเช่นคำว่า"อันว่าข้าพเจ้านี้มีความทุกข์"ก็ไม่ควร ใช้เพราะคำว่า "อันว่า"ไม่เป็นที่นิยมและบรรยายเป็นตัวอักษรไม่ได้" {2 N6 d, J. v. \) g
  ประโยคว่า "ฉันจะไปตัดเสื้อ" ควรใช้ "ฉันจะไปให้ช่างตัดเสื้อ"
  W( o) D& H6 i3 k1 S, d$ c. u3 d  ประโยค ว่า "ฉันจะไปตัดผม" ควรใช้ "ฉันจะไปให้ช่างตัดผม" แต่ประโยค "เขาตัดผมของฉันและแต่งให้เรียบร้อย" ก็ไม่ควรใช้เพราะยาวไปไม่เป็นที่นิยม* G+ A7 P& W; r/ y

, z" |& o8 j. t% H% Wหลักการเรียงความ (ในการสอบ)
. h1 k, k) w" B0 K( s      N& K+ l* j7 a4 E- N% X
    การจัดเรียงข้อความที่วางไว้ผิดที่ ผิดความหมายให้ได้ใจความชัดเจนนั้นในข้อสอบจะวางข้อความกลับกันไปมาอ่านแล้ว ไม่ได้ใจความชัดเจนจึงต้องเรียบเรียงข้อความใหม่เพื่อให้อ่านได้ความมีหลัก ในการเรียงข้อความดังนี้$ D  Q3 m/ o1 }4 A
  7 R9 B3 w+ B" R& L
1.ข้อความที่กำหนดให้ส่วนใหญ่ข้อความนั้นจะเป็นตอนๆให้ผู้สอบอ่านข้อความที่ กำหนไว้ในข้อสอบตั้งแต่ต้นจนจบทุกข้อความแยกเอกรรถประโยคอเนกถรรถประโยคและ สังกรประโยคแล้วกำหนดว่าข้อความใดควรจะอยู่ก่อนอยู่หลังโดยจัดเรียงตามลำดับ ควมแล้วใส่หมายเลขกำกับลงบนข้อความนั้นๆ เรียงตามลำดับไปจนจบข้อความ
7 ]( P$ f& Z  K; I7 |; L  % x% \4 l- S1 \
  2.จัดประโยคโดยเรียบเรียงตามลำดับข้อความให้ได้ใจความดีและเป็นภาษาที่สละ สลวย
8 h: `% V$ H9 X+ t+ @: J  
/ U/ c" ]' E  i3.อ่านข้อความที่ได้ จัดเรียงลำดับตามหมายเลขแล้วว่าได้ความชัดเจนหรือยังถ้ายังไม่ชัดเจนก็เรียบ เรียงข้อความใหม่จนกว่าจะได้ความชัดเจน3 d7 M% C. S% _9 B- R* }
  9 o& u& L& m5 r# n3 G- s
  4.เมื่อได้ลำดับหมายเลขและใจความชัดเจนดีแล้วจึงเขียนข้อความเรียงลำดับ หมายเลขลงในระดาษคำตอบ4 U" v. N" ?' V6 O! N
***ในการเรียงข้อความนี้ผู้เข้าสอบจะต้องฝึกหัดทำบ่อยๆเพื่อให้เกิดความ ชำนาญและต้องฝึกอ่านจดจำข้อความที่ใช้ภาษาได้ถูกต้องจะช่วยให้ทำข้อสอบได้ รวดเร็วถูกต้องและดีขึ้นใช้เวลาในการทำข้อสอบน้อยลง

( O9 c1 T6 u) W, H! M***ในการสอบเนื่องจากเวลามีจำกัดเมื่อ อ่านข้อความที่กำหนดให้แล้วมีความเห็นว่าจะเรียงลำดับให้อ่านได้ใจความยาก และไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่ขอแนะนำว่าควรจะทำข้อสอบข้ออื่นที่ทำได้ก่อน เสร็จแล้วจึงกลับมาเรียบเรียงใหม่
  Q7 [6 z, s: X( U" O# x0 Y/ J
      
  • การ เขียนประโยคตามหลักภาษา

ประโยค คือกลุ่มคำที่กี่ยวข้องกันเป็นระเบียบและมี เนื้อความครบบริบูรณ์ประกอบด้วยภาคประธานและภาคแสดง# @- {) m- x4 B: F) ]
    ส่วนต่างๆของประโยค ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ8 d/ a6 w; ~* ]$ k$ q5 F
    , [# r7 {: k& D3 ^6 P* |  x( d
    1. ภาคประธาน ประกอบด้วย บทประธานและบทขยายประธาน
/ g* I3 u2 |; s  2. ภาคแสดง ประกอบด้วย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม บทขยายกรรม
* `! t' K+ J( a, v  
) F0 y, D: H0 q9 G/ `  รูปประโยค มีอยู่ 5 รูปคือ3 `" h, m$ g! e7 D' v! R* C, S8 O+ e8 A
  $ d  S7 D% G& k% g; I& X
  1. ประโยคกรรตุคือประโยคที่กล่าวตรงไปตรงมา คือมีการเรียงประธาน+กริยา และกรรม ตามลำดับ เช่น สุนัขกัดแมว

, l9 w8 c9 O) ]% ~9 L, C: F) X; C) C2. ประโยคกรรม คือประโยคที่เอากรรมของกริยามาเป็นประธาน โดยวางไว้หน้าประโยค เพื่อเน้นกรรม เช่น แมวถูกสุนัขกัด
* p* \5 V+ y8 }) u+ c3.ประโยคกริยา คือประโยคที่เอาคำกริยามาไว้หน้าประโยคเพื่อเน้นคำกริยานั้นๆ เกิดการปฎิวัติขึ้น,มีนักเรียน 20 คนในชั้นนี้$ a2 ~( m7 c$ m/ ~3 `: R
4. ประโยคการิต คือประโยคกรรตุ หรือประโยคกรรม แต่มีผู้รับแทรกเข้ามา เช่น เขาบังคับให้คนใช้ทำงานหนัก,ครูให้นักเรียนทำงานหนัก
' V3 a+ q' {" j5.ประโยคกริยาสภาวมาลาคือประโยคที่เอาคำกริยาสภาว มาลาเป็นบทประธาน(กริยาสภาวมาลาคือกริยาที่ทำหน้าที่คล้ายกับนาม) หรือบทขยายประธานบทกรรมหรือบทขยายส่วนใดส่วนหนึ่งของประโยคก็ได้เช่นออก กำลังกายทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรง,พูดดีเป็นศรีศักด

 

ที่มาจาก : http://actboard.129jump.com/viewthread.php?tid=2072


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%

สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ, แท็บเล็ต รวมทั้ง iPad และ iPhone, เป็นเว็บไซต์ Responsive เต็มรูปแบบ ทั้งระบบ Front end และ Back end สะดวกทั้งผู้ชมและผู้ดูแลเว็บไซต์ เพราะสามารถใช้งาน iPad หรือ Tabletได้ทุกที่และทุกเวลา

คลิกดูรายละเอียด