บทความน่ารู้
การถ่ายภาพนกในบึง



การถ่ายภาพนกในบึง

ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่นักถ่ายภาพทั่วๆไปอย่างเราจะไปถ่ายภาพนกในธรรมชาติได้ดีเหมือนกับนักถ่ายภาพนกเฉพาะ ทาง ก็พวกนั้นเค้าต้องลงทุนเลนส์ถ่ายภาพที่มีกำลังขยายสูงๆกันตั้งแต่ 400 มม. ขึ้นไป แถมรูรับแสงก็ต้องกว้างๆด้วยทำให้เลนส์เหล่านั้นมีราคาเรือนแสนอีกทั้ง น้ำหนักก็เริ่มตั้งแต่สองสามกิโลขึ้นไป แค่นั้นยังไม่พอต้องไปหาขาตั้งและหัวขาตั้งชนิดพิเศษที่สามารถรองรับน้ำหนัก ทั้งกล้องและเลนส์ได้อย่างสบาย พวกนักถ่ายภาพอย่างเราๆมองเห็นแล้วก็บ๊ายบายดีกว่าจะเอาเงินที่ไหนไปลงทุน แบบนี้กันหละ

แต่พอได้มีโอกาสมาถ่ายภาพนกก็เริ่มเห็นความสุขคนกลุ่มคนพวกนี้ บ้างแล้วว่า “ทำไมหนา…พวกเค้าถึงมีความสุขในการเฝ้ารอนกตัวที่เค้าต้องการกันนัก” บางคนรอกันเป็นวันๆบางคนรอกันเป็นปีๆก็มีนะ เมื่อเรามองผ่านช่องมองแล้วเห็นอากัปกิริยาของนกความสุขที่เราเห็นถึงความ เป็นอิสระที่นกสามารถเหอะเหิรเดินอากาศได้อย่างเสรี บางครั้งก็มีทิศทาง บางครั้งก็ไร้ทิศทาง และนี่แหละความสุขของคนที่ได้มีโอกาสถ่ายภาพนกเพราะเค้าจะเห็นถึงอิสระของนกได้อย่างใกล้ชิดนี่เอง

 การถ่ายภาพนก

ภาพนี้เน้นลีลาด้วยแบบซีลูเอทไปเลยไม่ได้แสดงถึงรายละเอียดของนก การถ่ายภาพในลักษณะนี้จังหวะลีลาสำคัญมากไม่เช่นนั้นแล้วภาพโครงทึบที่ไม่ สมบูรณ์ก็ไม่อาจจะสื่อว่านี่เป็นรูปร่างของอะไรกันแน่

Shutter Speed : 1/4000 Sec.

Aperture Value : f/8

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 

 การถ่ายภาพนก

จังหวะกำลังโผบินอีกหนึ่งลีลาที่สายตาต้องมองผ่าน View Finder ตลอดพร้อมกับนิ้วที่ต้องแตะปุ่มชัตเตอร์ไว้ให้พร้อมเสมอเมื่อเห็นนกกำลัง ขยับจะบิน

Shutter Speed : 1/1000 Sec.

Aperture Value : f/8

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 

นกในป่าเขาส่วนใหญ่จะเป็นนกสีสวยงามแต่ก็มีขนาดเล็กถึงเล็กมากๆ ทำให้เราจำเป็นต้องใช้เลนส์เทเลโฟโต้ที่มี Focal Length มากๆ อย่างน้อยๆก็ 400 มม. ขึ้นไป บางครั้งก็อาจจะต้องต่อด้วย Tele-converter ขนาด 1.6X หรือ 2X เข้าไปอีกเพื่อเพิ่มกำลังขยายให้สูงขึ้น นี่เองที่เป็นข้อจำกัดของพวกเรา แต่ถ้าเราอยากจะถ่ายภาพนกกันบ้างหละเราจะไปถ่ายภาพที่ไหนกัน…?

การถ่ายภาพนกในป่าพวกเลนส์ธรรมดาๆที่มี Focal Length ไม่เกิน 200 มม. คงไม่รุ่งแน่ แต่ถ้าเรามาถ่ายภาพนกใน บึงหละจะรุ่งไหม๊…? โดยธรรมชาติแล้วนกที่อาศัยอยู่ในบึงจะมีขนาดใหญ่กว่านกที่อาศัยอยู่ในป่าเขา มาก บางตัวใหญ่กว่าห่านซะอีกนี่เป็นสนามถ่ายภาพที่เหมาะสมกับพวกนักถ่ายภาพนกแบบ เฮไหนเฮด้วย เพราะไม่ต้องไปลงทุนอุปกรณ์กันให้มากมายแต่ก็ได้ภาพนกที่มีขนาดใหญ่พอจะเอา มาอวดกันได้ เอาหละสำหรับทริปนี้เรามีโอกาสไปถ่ายภาพนกที่บึง บอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ที่บึงบอระเพ็ดเนี่ยนอกจากจะมีนกน้ำสายพันธุ์ต่างๆมากมายแล้ว ยังมีดอกบัวสีชมพูสดๆให้พวกเราได้ถ่ายภาพอีกด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพจะเป็นช่วงเช้าตั้งแต่ดวงอาทิตย์เริ่มขึ้น ไปจนถึงสายๆโน้นเลย การเดินทางออกไปถ่ายภาพนกในบึงจำเป็นต้องเช่า เหมาเรือออกไป และที่นี่ก็มีเรือขนาดใหญ่พอที่จะให้พวกเราออกไปถ่ายภาพกันได้อย่างสบาย เรือที่มีขนาดใหญ่จะลดความโคลงเคลงจากกระแสคลื่นลงไปได้มาก ทำให้เรามีความมั่นคงในการถ่ายภาพขึ้นมาอีกเยอะเลย

มาถึงการเตรียมตัวในเรื่องของอุปกรณ์ถ่ายภาพกันบ้าง คราวนี้เราใช้กล้อง 1 ตัวกับเลนส์ขนาด 18-200 มม. อีกตัวเท่านั้น นอกจากนี้เรายังต้องสวมฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อน (Polarizing Filter) อีกด้วยเพราะการถ่ายภาพในบึงน้ำจะมีแสงสะท้อนของผิวน้ำมาก หากมุมมองของเราจะต้องเห็นพื้นน้ำแล้วเราไม่ใส่ฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อนจะเห็น พื้นน้ำเป็นสีขาวๆขาดสีสันไปเยอะ เมื่อเราใส่ฟิลเตอร์ตัดแสงสะท้อนเข้าไปก็ทำให้สูญเสียแสงไป 2 stop นั่นแสดงว่าความเร็วชัตเตอร์ที่เราสามารถใช้ได้นั้นจะลดลงไปอาจจะเกิดความ สั่นไหวได้ ทางแก้ไขที่ดีที่สุดก็ต้องเพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้นเพื่อให้เราสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงๆได้ การถ่ายภาพนกในบึงบนเรือที่กำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆนี้ความเร็วชัตเตอร์จะต้องไม่ต่ำกว่า 1/500 วินาที ไม่เช่นนั้นโอกาสสั่นไหวจะสูงมากๆ

 การถ่ายภาพนก

จังหวะกำลังบินตีโค้งบนท้องฟ้าแล้วบินเข้าหากล้องแบบนี้ ระบบโฟกัสภาพแบบต่อเนื่องจะเหมาะสมที่สุด

Shutter Speed : 1/3200 Sec.

Aperture Value : f/5.6

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering, Over 1 stop

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 การถ่ายภาพนก

เหยี่ยวเวหาตัวนี้บินวนเวียนคอยจ้องจะจับปลามาเป็นอาหาร เรารอให้บินเข้าใกล้ในระยะที่เลนส์ 200 มม. พอจะได้ขนาดที่ใหญ่พอ ภาพนี้ต้องใช้ระบบโฟกัสแบบต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเหยี่ยวตัวนี้จะไม่ หลุดโฟกัส

Shutter Speed : 1/1325 Sec.

Aperture Value : f/8

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering, Over 1 stop

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 

ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพดูจะเหมาะสมกับการถ่ายภาพแบบนี้มาก เพียงแต่ว่าเราจะต้องคอยปรับค่าชดเชยแสงบ้าง เมื่อเราต้องถ่ายภาพที่มีฉากหลังเป็นพื้นน้ำหรือท้องฟ้าก็ให้ปรับชดเชยแสงไป ที่ Over อาจจะ 1 หรือ 2 stop ก็แล้วแต่ช่วงเวลาที่พื้นน้ำหรือท้องฟ้านั้นสะท้อนแสงออกมามากหรือน้อย และในบางครั้งหากเราถ่ายภาพแล้วมีฉากหลังเป็นเงาต้นไม้ใบหญ้าก็ต้องปรับค่า ชดเชยแสงมาทาง Under นั่นก็เพื่อความถูกต้องของภาพถ่ายของเรา การใช้รูรับแสงส่วนใหญ่จะใช้กว้างสุดของเลนส์ จุดประสงค์หลักๆก็เพื่อต้องการความเร็วชัตเตอร์ที่สูงพอนั่นเอง บางคนคิดว่าแล้วจะมีผลกับระยะชัดลึกหรือไม่…? ก็ด้วยระยะห่างระหว่างกล้องกับตัวนกมีระยะทางไกลมาก ทำให้ได้ระยะชัดลึกที่สูงตามไปด้วยแน่นอนว่าเราจะได้ภาพนกชัดหมดทั้งตัว แต่ก็มีบางโอกาสที่นกนั้นบินเข้ามาในระยะประชิดมากๆถ้าเราหรี่รูรับแสงไม่ ทันก็อาจจะไม่ชัดทั้งตัวก็ได้

การเลือกขนาดของไฟล์ภาพหรือประเภทของไฟล์ภาพสำหรับการถ่ายภาพนก ส่วนใหญ่จะเลือกไฟล์ภาพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและละเอียดที่สุด โดยเฉพาะ Raw File เพราะการถ่ายภาพแบบนี้เราไม่มีเวลามากพอที่จะมาคอยปรับค่าวัดแสงกันมากนัก บางภาพอาจจะต้องถ่ายภาพโดยฉับพลันผลที่ได้อาจจะสว่างไปหรือมืดไปบ้าง การใช้ Raw File จะทำให้เราสามารถดึงค่าแสงและสีของไฟล์กลับมาให้ดูดีได้โดยที่ไม่สูญเสีย คุณภาพมากนัก อีกทั้งในบางภาพที่เราถ่ายภาพนกมาแล้วด้วยจังหวะที่สวย งามแต่นกอาจจะอยู่ไกลไปบ้างทำให้องค์ประกอบภาพหลวมเกินไป การถ่ายภาพด้วยไฟล์ที่มีคุณภาพสูงจะยังนำมา crop ตัดส่วนทำให้ภาพนั้นมีองค์ประกอบที่ลงตัวในภายหลังก็จะไม่เสียคุณภาพเท่า ไหร่เลย

 การถ่ายภาพนก

การถ่ายภาพในช่วงเช้าจะได้อุณหภูมิแสงต่ำโทนสีของภาพจะมีสีเหลืองๆส้มๆ เล็กน้อย แม้ว่าจะทำให้สีของนกผิดเพี้ยนไปบ้างแต่ก็ได้อารมณ์ที่ดูอบอุ่นมาแทน

Shutter Speed : 1/500 Sec.

Aperture Value : f/8

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 การถ่ายภาพนก

จังหวะกำลังร่อนลงพื้นน้ำนกจะเริ่มชะลอความเร็วลงทำให้เราสามารถจับโฟกัส ได้ง่าย เพียงแต่ตัวไหนหละจะร่อนลง แบบนี้ต้องเล็งตัวที่ต้องการถ่ายเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียว

Shutter Speed : 1/1000 Sec.

Aperture Value : f/5.6

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 

การเลือก Mode โฟกัสภาพและตำแหน่งโฟกัสภาพขอแนะนำจากประสบการณ์ตัวเองว่า การโฟกัสภาพแบบต่อเนื่องจะเหมาะที่สุด แม้ว่าเรากำลังจะถ่ายภาพนกที่ กำลังหยุดนิ่งก็ตาม เพราะขณะที่เรามองผ่านช่องมองภาพ เรือของเราก็กำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆทำให้ระยะโฟกัสภาพของเราเปลี่ยนไปตลอด การใช้ระบบโฟกัสแบบต่อเนื่องนิ้วเราจะกดชัตเตอร์ค้างไว้ตลอดเมื่อเรือขยับ เปลี่ยนระยะไปกล้องก็จะปรับโฟกัสให้ตลอดเวลาโดยที่เราไม่ต้องยกนิ้วออกจาก ปุ่มชัตเตอร์เลย หากได้จังหวะเหมาะเมื่อไหร่เราก็สามารถกดชัตเตอร์ได้ทันนี่เป็นข้อดีของการ ใช้ระบบการโฟกัสภาพแบบต่อเนื่อง สำหรับการเลือกตำแหน่งการโฟกัสภาพนั้น ต้องมาดูในเรื่องของการวางตำแหน่งจุดเด่นในภาพอย่างที่เราต้องการ ถ้าเราต้องการวางตำแหน่งนกไว้ทางขวามือก็ต้องปรับจุดโฟกัสในกล้องให้อยู่ ด้านขวามืออย่างนี้เป็นต้น เมื่อเราตั้งกล้องให้ระบบการโฟกัสภาพและตำแหน่งการโฟกัสภาพได้อย่างลงตัวตาม ที่ต้องการแล้ว ภาพทุกภาพของเราก็มั่นใจได้ว่าจะได้ภาพที่ไม่หลุดโฟกัสแน่นอน

จากทั้งหมดข้างต้นเป็นเรื่องของการเตรียมตัวก่อนนั่งเรือไปถ่ายภาพนก เมื่อเรารู้ว่าอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นเตรียมตัวอย่างไร สิ่งต่อมาถือเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมรวมไปถึงตัวแปรที่จะทำให้เราได้ภาพดีหรือ ไม่ดีได้ การหาเรือสักลำที่จะพาเราออกไปถ่ายภาพนกในบึงนั้นจำเป็น ต้องหาผู้ที่มีความชำนาญในการพาเราไปหาแหล่งที่นกอยู่อาศัยไม่ใช่ว่าขับเรือ ไปเรื่อยๆแล้วหานกไม่เจอสักตัว นอกจากจะหาแหล่งที่อยู่ของนกได้แล้วจะต้องรู้ถึงจังหวะในการเร่งเครื่อง เบาเครื่อง หรือดับเครื่อง แล้วพาเรือเคลื่อนเข้าหานกได้ในระยะใกล้ที่สุดโดยที่นกยังไม่ตื่นกลัว หากเราได้เรือแบบนี้แล้วรับรองได้ว่าเราจะได้ภาพนกแบบเต็มๆสวยๆแน่นอน แต่ใช่ว่าเราจะต้องพึ่งความสามารถของคนเรือทั้งหมด เราต้องคอยสังเกตว่านกแต่ละชนิดที่เราจ้องจะถ่ายภาพนั้นเราสามารถเข้าใกล้ ได้แค่ไหน

 การถ่ายภาพนก

File : Bird 09.tif

นกนางแอ่นเป็นนกที่ถ่ายได้ยากมาก เพราะนอกจากจะบินเร็วเป็นแมลงวันแล้วยังบินโฉบเฉี่ยวใกล้กับเรือเรามากๆ อีกทั้งนกประเภทนี้ไม่มีทิศทางบินที่แน่นอนจะหยุด จะหลบ จะถลา เมื่อไหร่ก็ยากจะคาดเดาได้ ภาพนี้จับจังหวะได้ด้วยความรวดเร็วในการโฟกัสภาพของกล้องในระบบต่อเนื่อง

Shutter Speed : 1/1200 Sec.

Aperture Value : f/5.6

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 การถ่ายภาพนก

การออกถ่ายภาพในช่วงเช้าๆจะได้อีกหนึ่งบรรยากาศแบบนี้ด้วย การถ่ายภาพย้อนแสงแบบนี้ตัวนกอาจจะเห็นเป็นเพียงเงาทึบเท่านั้น การเปิดไฟแฟลชจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของนกได้บ้าง ภาพนี้ถ่ายในระยะใกล้มากๆทำให้แฟลชบนหัวกล้องพอจะไปถึงได้ แล้วมาเปิดแสงช่วยในคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

Shutter Speed : 1/790 Sec.

Aperture Value : f/5.6

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering, Over 1 stop

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 

สำหรับพวกเราที่ไปถ่ายภาพนกในบึงครั้งแรกแนะนำว่าให้คอยสังเกต จังหวะลีลาของนกแต่ละตัวให้ดี อย่างเช่น เมื่อเรือเข้าไปใกล้นกบางตัวจะเริ่มหันหน้าไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเรือแล้ว ย่อตัวนิดนึงจากนั้นก็จะโผบินทันที การที่เราสังเกตจังหวะนกให้ได้แบบนี้ทำให้เราสามารถจับจังหวะถ่ายภาพนกน้ำที่มีลีลาท่าสวยงาม แปลกตา ซึ่งก็ดูดีกว่าถ่ายภาพนกที่ กำลังยืนนิ่งๆเกาะบนกิ่งไม้อย่างไร้อารมณ์ ข้อดีของการสังเกตลีลานกอีกอย่างหนึ่งของเราจะไม่ต้องกดชัตเตอร์รัวถ่ายภาพ เยอะเกินไป การปรับ Drive Mode แบบต่อเนื่องกับการถ่ายภาพนกแบบนี้ บางคนคิดว่าน่าจะได้สักภาพนึงที่จะเห็นลีลานกที่สวยที่สุด ถ้าหากเรากดชัตเตอร์พลาดไปเพียงเศษเสี้ยววินาที เราอาจจะได้จังหวะที่หลุดเลยไปทั้งหมดกับการรัวถ่ายภาพในหนึ่งครั้งก็เป็น ได้ การกดชัตเตอร์เพียงภาพเดียวแล้วได้ภาพที่ดีที่สุดนั้นจะได้ภาพที่มีจังหวะ ลีลาที่ลงตัวที่สุดแล้วก็ไม่เปลือง memory card ด้วย

ขอแนะนำอีกอย่างหนึ่งว่าการจะได้ภาพนกในลีลาสวยๆต้องอย่าเป็นคนหลายใจ อย่างเช่น ตัวโน้นก็อยากจะถ่าย ตัวนี้ก็อยากจะถ่าย ตัวนั้นกำลังเล็งๆอยู่อ้าว…เลยไปเล็งอีกตัวซะแล้ว หากเราเป็นแบบนี้ไม่มีทางได้ภาพนกที่มีจังหวะดีๆเป็นแน่ เราจะต้องมีสมาธิกับนกตัวที่เราเล็งเอาไว้เท่านั้นถ้าได้หรือไม่ได้ค่อยมอง หากันใหม่ อีกทั้งการเล็งภาพผ่านช่องมองภาพด้วยเลนส์ที่มี Focal Length 200 มม. ซึ่งมีอาศาการรับภาพค่อนข้างแคบอาจจะทำให้เราเวียนหัวได้หากเราส่ายกล้องไปๆ มาๆนอกจากจะไม่ได้ภาพที่ถูกใจแล้วยังอาจเป็นลมล้มตึงเป็นภาระให้เพื่อนฝูง พลอยหมดสนุกไปด้วยซิน่า

 การถ่ายภาพนก

เมื่อนกบินอยู่บนฉากหลังที่มีความสว่างจะต้องปรับกล้องให้ Over ขึ้นเพื่อให้ได้รับแสงถูกต้อง ภาพนี้แม้ว่าจะปรับให้ Over แล้วก็ยังดูเหมือนจะไม่พอซะอีก

Shutter Speed : 1/3000 Sec.

Aperture Value : f/8

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering, Over 1 stop

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 การถ่ายภาพนก

นกในบึงส่วนใหญ่มักจะบินไม่เร็วนักเพราะนกมีขนาดใหญ่ ทำให้เราถ่ายภาพขณะบินแบบนี้ได้ไม่ยากเลยแต่อย่าลืมว่าความเร็วชัตเตอร์จะ ต้องเร็วพอที่จะจับความเร็วของนกได้ด้วย

Shutter Speed : 1/2500 Sec.

Aperture Value : f/5.6

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 

ฤดูกาลที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพนกน้ำจะอยู่ในช่วงฤดูหนาว เพราะนอกจากจะได้รับอากาศเย็นสบายๆและสภาพแสงที่สวยงามแล้ว อาจจะมีนกอพยพจากต่างถิ่นเข้ามาให้พวกเราถ่ายภาพกันมากขึ้น เราจะได้นกที่มีความหลากหลายกว่าการมาถ่ายภาพในฤดูกาลอื่น ถ้าหากเราได้ศึกษาในเรื่องนกน้ำมาก่อนจะทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพนกมากขึ้นด้วย แต่ไม่ว่าจะศึกษามาก่อนหรือไม่ก็ตามอยากให้พวกเราถ่ายภาพนกให้ได้ในจังหวะลีลาที่สวยงามแค่นี้ภาพนกของเราก็สวยงามเตะตาแล้วหละ

การไปถ่ายภาพนกน้ำแบบนี้ถือเป็นการเปิดกว้างให้กับภาพที่อยากถ่ายภาพนกแต่ไม่อยากนั่งนิ่งๆด้วยความอดทนรอคอยนกเพียงตัวเดียวอย่างนักถ่ายภาพนกจริงๆเค้า การได้นั่งเรือไปเรื่อยๆเจอนกก็ถ่ายภาพนก เจอวิวก็ถ่ายภาพวิว เจอดอกบัวสีสวยๆก็ถ่ายภาพดอกบัว เจอคนกำลังเก็บบัวหรือหาปลาก็ถ่ายภาพกลับมา ทำให้การออกทริปถ่ายภาพนกน้ำได้ภาพอีกหลากหลายแนวทางกลับมาอีกด้วย แต่ถ้าหากจะเปรียบเทียบคุณค่าของชนิดของนกกับนักถ่ายภาพนกจริงๆ จังๆแล้ว ภาพของเราอาจจะมีคุณค่าน้อยกว่าเพราะนกในบึงส่วนใหญ่เป็นนกหาง่าย เพียงแต่คุณค่าของภาพจะถูกเปลี่ยนมาเป็นการจับจังหวะลีลาที่น่าดูน่าชมนั่น เอง การถ่ายภาพนกน้ำจึงต้องกดชัตเตอร์ให้ได้จังหวะที่ลงตัวที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงลีลาท่าทางของนกที่สวยงามแปลกตาที่สุด ภาพที่ได้ก็จะมีคุณค่าทางอารมณ์ขึ้นมาทันที

จะเห็นได้ว่าการถ่ายภาพนกน้ำนั้นง่ายและได้ภาพสวยๆไม่แพ้นกในป่า เพียงแต่คุณค่าทางด้านชาติพันธุ์อาจจะน้อยไปหน่อย แต่ถ้าเราได้ลีลาเด็ดๆจังหวะดีๆภาพนกสายพันธุ์ธรรมดาๆก็ดูจะมีคุณค่าขึ้นมา ทันที

 

 การถ่ายภาพนก

เมื่อเรือจอดนิ่งๆลองมองเข้าไปตามดงหญ้าดูบ้าง ก็เห็นนกพันธุ์นี้นี่แหละที่กำลังยื่นคอออกมา ภาพนี้ถ่ายภาพย้อนแสงทำให้เห็นแสง Rim Light อีกด้วย

Shutter Speed : 1/500 Sec.

Aperture Value : f/8

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

 การถ่ายภาพนก

นกเป็ดน้ำจะถ่ายได้ดูสะดุดตาก็ตอนที่กำลังร่อนลงน้ำนี่แหละ เพราะจะดูเหมือนริ้วน้ำมีจังหวะกระโดดเป็นจ้ำๆ นกชนิดนี้ต้องคอยสังเกตดีๆเพราะตัวเล็กมองในระยะไกลไม่ค่อยเห็น แต่มักจะอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ๆทำให้เราพอจะสังเกตเห็นได้บ้าง จังหวะที่กำลังร่อนลงน้ำแบบนี้นอกจากจะใช้ระบบโฟกัสภาพแบบต่อเนื่องแล้ว ยังต้องใช้ Drive Mode แบบต่อเนื่องอีกด้วย

Shutter Speed : 1/1000 Sec.

Aperture Value : f/8

Metering Mode : Evaluative 35 zone metering

ISO Speed : 400

Focal Length : 200 mm.

ที่มาจาก : http://www.focusingclub.net/article/photography-art-technique/bird-photography/#more-2077



แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ


เว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบนมือถือ

เป็นเว็บไซต์ระบบ Responsive 100% สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม (ทั้ง Front end และ Back end) เช่น สมาร์ทโฟนทุกรุ่น, แท็บเล็ต, iPad และ iPhone เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาโปรโมชั่น...


คลิกดูรายละเอียด