บทความน่ารู้
ประเมินครึ่งปีเปิดเสรีAFTA


ประเมินครึ่งปีเปิดเสรีAFTA

          มีข้อกังวลกันมาโดยตลอดว่า การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) แบบหมดเปลือก และเปิดกันจะจะ โดยมีการลดภาษีสินค้ากันกว่า 8,000 รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2553 เป็นต้นมา จะเกิดผลกระทบอย่างไรกับประเทศไทย แต่นับจากวันแรกที่เริ่มเปิดเสรีมาจนกระทั่งปัจจุบันเกือบ 8 เดือนแล้ว การเปิด AFTA ไม่เพียงแต่ไม่เกิดผลกระทบ แต่กลับเกิดผลดีต่อภาคการส่งออกของไทยอย่างมาก โดยเฉพาะการค้าขายของไทยกับประเทศในอาเซียน และการค้าขายผ่านแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

          ผลที่ไทยได้ประโยชน์ากการเปิดเสรี AFTA ได้รับการตอกย้ำอีกครั้ง ในการจัดงาน “DFT 68 ปี สู่ความเป็นเลิศ เปิดแนวรุก บุกตลาด AFTA” ที่อิมแพค เมืองทองธานี จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานเปิดงาน และร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเรื่อง “เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลไปกับ AFTA”

          นายอภิสิทธิ์ได้ย้ำว่า การเปิดเสรีการค้าตามพันธกรณี AFTA ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยปัจจุบันอาเซียนได้แซงหน้าขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยแล้ว โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2553 ไทยส่งออกไปอาเซียนเป็นมูลค่า 21,681 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 23% ของการส่งออกทั้งหมด และขยายตัว 55% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 14,753 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้า 6,928 ล้านเหรียญสหรัฐ

          โดยสินค้าที่ไทยส่งออกไปอาเซียนมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล และสินค้าเกษตร

          เมื่อหันกลับมาดู สถิติการส่งออกไปอาเซียนที่ใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ AFTA ในช่วงครึ่งปีแรก ก็พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 6,528 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้

          ไปดูด้านการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านดูบ้างว่า เมื่อเปิดเสรี AFTA แล้ว มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง การค้าของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่ติดต่อกันเป็นอย่างไ

          สถิติการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในช่วง 6 เดือนของปี 2553 มีมูลค่ารวม 388,637.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.1% เป็นการส่งออก 243,652.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% และนำเข้า 144,985.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 98,666.9 ล้านบาท

          การค้าชายแดนที่เพิ่มขึ้น เป็นผลพวงจากการเปิดเสรี AFTA อย่างแท้จริง เพราะเมื่อไม่มีภาษีระหว่างกัน การค้าชายแดนได้เพิ่มความสำคัญขึ้นมาทันที โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 76% เมื่อเทียบกับการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการเพิ่มสัดส่วนจากเดิมที่เคยมีเพียง 73.9% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

          เมื่อดูเป็นรายประเทศ พบว่า การค้าชายแดนด้านมาเลเซีย มีสัดส่วนการค้าชายแดนสูงสุด 63.6% รองลงมา ได้แก่ พม่า 17.7% มาเลเซีย 11.5% และกัมพูชา 7.2%

          อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรี AFTA แม้จะมีสถิติยืนยันชัดเจนว่า ส่งผลดีต่อภาคการส่งออก และการค้าชายแดน แต่ก็มีหลายฝ่ายที่ยังมีข้อกังวลว่า การเปิดเสรี AFTA ในครั้งนี้ จะเกิดผลกระทบจากการนำเข้ามากขึ้นจนกระทบต่อสินค้าภายในประเทศ หรืออาจมีการนำสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้ามาในประเทศ หรืออาจมีการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่สามมาแอบอ้างแหล่งกำเนิดสินค้าของอา เซียนเกิดขึ้นได้

          ในการรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำมาตรการรองรับ และวันนี้สามารถรับประกันได้ว่า สิ่งที่กังวลว่าจะมีสินค้าจากอาเซียนทะลักเข้ามา จนกระทบกับสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ก็ไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว

          ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ AFTA Hotline 1385 เพื่อให้บริการในด้านข้อมูล การตอบคำถาม การรับฟังปัญหา การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก AFTA และการช่วยเหลือต่างๆ ในการเยียวยาผลกระทบจากการเปิดเสรี

          ส่วนด้านการค้าชายแดน ได้กำหนดยุทธศาสตร์การค้าชายแดนและการค้าภูมิภาคเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าชายแดน และสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างคล่องตัว โดยมีเป้าหมายผลักดันให้การค้าชายแดนมีมูลค่าเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาทในปี 2555

          เป็นข้อยืนยันได้ชัดเจนว่าการเปิดเสรี AFTA ก่อให้เกิดประโยชน์กับภาคการค้าของไทยไปอาเซียนจริง ดูได้จากตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการค้าชายแดนที่ขยายตัวได้ไม่แพ้กัน ซึ่งการเปิดเสรี AFTA ที่ไม่มีปัญหาอุปสรรคและยังเกื้อหนุนการค้าไทยเช่นนี้ นับเป็นการปูทางไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่จะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ได้อย่างมั่นคง


นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน

ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2553


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%

สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ, แท็บเล็ต รวมทั้ง iPad และ iPhone, เป็นเว็บไซต์ Responsive เต็มรูปแบบ ทั้งระบบ Front end และ Back end สะดวกทั้งผู้ชมและผู้ดูแลเว็บไซต์ เพราะสามารถใช้งาน iPad หรือ Tabletได้ทุกที่และทุกเวลา

คลิกดูรายละเอียด