บทความน่ารู้
อุบัติเหตุในความหมายของประกันภัยเอื้ออาทร


อุบัติเหตุในความหมายของประกันภัยเอื้ออาทร

          พจนานุกรมฉบับราชบัญฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่า อุบัติ, อุบัติ-คือ การเกิด กำเนิด การบังเกิดรากเหง้า เมื่อรวมกับคำว่าเหตุจะหมายความว่า เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ความบังเอิญ เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องและเป็นความเข้าใจของคนทั่วไปว่า อุบัติเหตุนั้นจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดหรือไม่สามารถทราบล่วงหน้าว่าจะเกิด (Unforeseen) ดังนั้นเหตุการณ์ใด ๆ จะถือว่าเป็น “อุบัติเหตุ” ในความหมายนี้หรือไม่ให้ดูว่า ผู้ประสบภัยทราบล่วงหน้า (Foresee) ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ หากทราบจะไม่ถือว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอุบัติเหตุ แต่หากไม่ทราบแล้วจะถือว่าเป็นอุบัติเหตุทุกกรณี ความหมายนี้ยังสอดคล้องกับหลักฐานกฎหมายทั่วไป ดังภาษิตกฎหมายลาตินว่า “อุปัทวเหตุนั้นไม่พึงคาดคิดและไม่ควรมีใครคาดเห็นได้” (Casus fortuitus non est sperandus, ct nemotenetur devinare) ความหมายนี้เป็นความหมายที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป หากไม่มีการกำหนดคำนิยามไว้เป็นอย่างอื่นหรือเป็นการเฉพาะแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นซึ่งจะต้องวินิจฉัยว่าเหตุการณ์นั้นเป็น “อุบัติเหตุ” หรือไม่ต้องตีความตามความหมายนี้

          กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งรวมทั้งการประกันภัยการเดินทาง กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรให้คำจำกัดความคำว่า “อุบัติเหตุ” เป็นการเฉพาะต่างหากจากความหมายทั่วไป ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นซึ่งจะต้องวินิจฉัยว่าเป็น “อุบัติเหตุ” ที่จะได้รับการคุ้มครองตามกรมธรรม์หรือไม่ ต้องพิจารณาตามคำจำกัดความนี้เท่านั้น คำจำกัดความนี้คล้ายกันกับที่ใช้ในกรมธรรม์ต่างประเทศและเป็นที่ยอมรับของบรรดาผู้รับประกันภัยต่อต่าง ๆ (Re-insurer) อุบัติเหตุหมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันจากปัจจัยภายนอกร่างกายและทำให้เกิดผลที่ผู้เอาประกันภัยมิได้เจตนาหรือมุ่งหวัง” ตามคำนิยามนี้สามารถแยกองค์ประกอบที่จะถือว่าเข้าข่ายว่าเป็นอุบัติเหตุได้ 3 องค์ประกอบด้วยกันคือ

          - ต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน (Sudden) ซึ่งหมายความว่า ระยะเวลาช่วงที่เกิดเหตุการณ์นั้นจะต้องสั้น กระชั้น เช่น ถูกรถชน ตกน้ำ ถูกไฟฟ้าดูด ถูกฟ้าผ่า ตกต้นไม้ หรือตกจากที่สูง เป็นต้น หากเป็ฯเหตุการณ์ทีค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยการทอดระยะเวลาจนผู้ประสบภัยสามารถคาดการณ์ผลที่จะเกิดได้ จะไม่ถือว่าเป็นอุบัติเหตุเพราะขาดองค์ประกอบของการเกิดโดยฉับพลันตามข้อนี้ เช่น กรณีนักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาทำให้กล้ามเนื้ออักเสพ เป็นเหตุการณ์ที่ค่อย ๆ เกิดในช่วงเดินขึ้นเขา ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยฉับพลันหรือทันทีทันใด ไม่ถือว่าเป็นอุบัติเหตุค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้ออักเสบจะไม่ได้รับความคุ้มครองหรือในกรณีลงไปเล่นน้ำโดยแช่น้ำเป็นเวลานาน ทำให้เป็นปอดบวม ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะไม่ได้เกิดทันทีทันใด เป็นต้น จากหลักฐานที่พอจะสาวถึงที่มาของคำนิยามดังกล่าวพอจะอธิบายเหตุผลว่าทำไมจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่ต้องเกิดขึ้นโดยฉับพลันหรือที่ใช้ภาษาอังกฤษว่า “Event which happens Suddenly” ได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันมักจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ (Unforeseen) เช่น คนงานแบกของเดินตกบันได ทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ (ปวดหลัง) การเดินตกบันไดเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ผลของการตกบันไดคือ กล้ามเนื้อฉีกขาด อักเสบ (ปวดหลัง) ในกรณีนี้กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรจะให้ความคุ้มครอง หากเป็นกรณีที่คนงานยกของหนัก ๆ เป็นประจำแล้วเกิดกล้ามเนื้ออักเสบ (ปวดหลัง) ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ค่อย ๆ เกิด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าจะคาดการณ์ล่วงหน้าจากการทำงานในลักษณะนั้นได้

          - จากปัจจัยภายนอกร่างกาย (External Means) ปัจจัยภายนอกนี้อาจเป็นอะไรก็ได้ เช่น ของแข็ง (ถูกรถชน ถูกของหล่นใส่ กระแทกกับพื้นดินกรณีตกจากที่สูง) ของมีคม (มีดบาด ถูกแทง) กระแสไฟฟ้า (ถูกไฟฟ้าช็อต) น้ำ(ตกน้ำ) เป็นต้น หากไม่มีปัจจัยภายนอกใด ๆ มากระทบจะไม่ถือว่าเป็นอุบัติเหตุในความหมายตามกรมธรรม์เช่น ผู้เอาประกันเกิดหัวใจล้มเหลวหรือเส้นโลหิตในสมองแตกเนื่องจากความดันสูงแล้วล้มลงเสียชีวิต ดังนี้กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุจะไม่คุ้มครอง การกำหนดให้ต้องมีปัจจัยภายนอกมากระทบด้วยนี้ น่าจะมีเหตุผลเพื่อให้มีหลักฐานชัดเจนในการวินิจฉัยหาสาเหตุ เช่น มีแผล รอยช้ำ เป็นต้น ในกรณีสาเหตุเกิดจากปัจจัยภายในร่างกายกรมธรรม์ที่จะคุ้มครองคือกรมธรรม์ประกันชีวิตหรือสุขภาพ

          -  เป็นเหตุการณ์ที่ผู้เอาประกันภัยมิได้เจตนาหรือมุ่งหวังให้เกิดผลนั้น (Result which in not intended oranticipated by the insured) เช่น การเจตนาทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตาย จะไม่ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ แม้จะเข้าองค์ประกอบ 2 ข้อข้างต้นแล้วก็ตาม เจตนาในที่นี้จะหมายรวมถึงทั้งเจตนาประสงค์ต่อผลและเจตนาย่อมเล็งเห็นผลในกรณีประสงค์ต่อผลมีความหมายชัดเจน ตรงตามตัวอักษรเช่น กรณีผู้ตายกระโดดจากตึงสูงฆ่าตัวตาย เป็นการประสงค์ต่อผลคือความตายอย่างชัดเจน เป็นต้น แต่กรณีเจตนาย่อมเล็งเห็นผล ผู้เอาประกันภัยไม่ได้ประสงค์จะฆ่าตัวตายอย่างชัดเจน แต่ผู้เอาประกันภัยสามารถคาดการณ์ได้ว่าการกระทำของตัวเองอาจเกิดผลเช่นนั้นได้ เช่น ผู้เอาประกันภัยชอบเล่น Russian Rulet โดยใช้ปืนที่มีลูกปืนลูกเดียวเสี่ยงหมุนลูกโม่จ่อที่ขมับแล้วลั่นไก หากโชคดีไกสันในช่องที่ไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร หากโชคร้ายไกสับเจอลูกปืนพอดีก็เสียชีวิตได้ ดังนั้นอาจพิจารณาได้ว่าผู้เล่นสามารถเล็งเห็นผลได้ว่าอาจถูกยิงเสียชีวิตหรือบาดเจ็บได้จากการเล่น Russian Ruletเป็นการเจตนา ย่อมเล็งเห็นผล ซึ่งจะไม่ถือว่าเป็นอุบัติเหตุตามความหมายของกรมธรรม์ เป็นต้น

          เมื่อเปรียบเทียบกับคำนิยามตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกับความเข้าใจของคนทั่วไปแล้ว “อุบัติเหตุ” ตามคำนิยามตามกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจะมีความหมายที่แคบกว่าหรือจำกัดกว่า เพราะเหตุการณ์ใด ๆ จะถือว่าเป็นอุบัติเหตุจะต้องเข้าทั้ง 3 องค์ประกอบ ขาดองค์ประกอบหนึ่งองค์ประกอบใดไม่ได้ แต่คนทั่วไปมักเข้าใจง่าย ๆ ว่า อุบัติเหตุหมายถึง เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดเท่านั้น ทำให้อาจมีบางเหตุการณ์ที่คนทั่วไปคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ไม่เข้าข่ายได้รับการคุ้มครองเนื่องจากไม่ใช่ “อุบัติเหตุ” ตามความหมายของกรมธรรม์ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดความเข้าใจเหมือนกัน

โดยนายพิพัฒน์ เทพย์ปฏิพัธน์
ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการประกันภัย

ที่มาจาก : deves.co.th


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%


ที่สุดของเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับการแสดงผลบน Smart Phone, Tablet และ iPad 100%

สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้เองโดยอัตโนมัติ ตามอุปกรณ์ที่เปิดชม เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ, แท็บเล็ต รวมทั้ง iPad และ iPhone, เป็นเว็บไซต์ Responsive เต็มรูปแบบ ทั้งระบบ Front end และ Back end สะดวกทั้งผู้ชมและผู้ดูแลเว็บไซต์ เพราะสามารถใช้งาน iPad หรือ Tabletได้ทุกที่และทุกเวลา

คลิกดูรายละเอียด